แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่สุดในโลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่สุดในโลก แสดงบทความทั้งหมด

ถุงเท้าที่ไม่มีวันขาด

Posted by dddasd On วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

ถุงเท้าที่ไม่มีวันขาด

ถุงเท้าไม่มีวันขาดนี้มีชื่อว่า Socrates
ถุงเท้าไม่มีวันขาดเป็นผลงานการคิดค้นโดยนาย Cameron Carter วัย 23 จาก ชิคาโก ที่กำลังศึกษาอยู่ใน US Air Force Academy
สิ่งที่ทำให้ถุงเท้าคู่นี้สามารถ การันตี ว่าจะไม่มีวันขาดเนื่องจากถุงเท้าคู่นี้มีการผสมเส้นใย เคฟล่าร์ ที่ใช้ในการยุทธภัณกันกระสุนปืนโดยหลักถุงเท้าจะผลิตด้วยเส้นใย ไลคร่า(Lycra เส้นใยยืดคุณภาพสูงเนื้อบางเบาใส่สบายที่สำคัญไม่ย้วย)

ส่วนเส้นใยเคฟล่าร์จะถูกนำมาใช้ในบริเวณส้นเท้า และนิ้วเท้า ซึ่งเป็นบริเวณที่ถุงเท้ามักจะขาดบ่อย
คาดว่าถุงเท้าไม่มีวันขาดนี้จะผลิตออกขาย 2คู่(4ข้าง) 25 เหรียญสหรัฐๅ(750 บาท) แต่ต้องรอกันซักนิดเพราะถุงเท้านี้เป็นแนวคิดที่ถูกนำมาระดมทุนผ่านเว็บ Kickstarter แต่ผลการระดมทุนนั้นผ่านไปได้อย่างฉลุยเนื่องจากต้องการงบแค่ 10,000 เหรียญ แต่มีคนสนใจให้ทุนกว่า 20,000 เหรียญ


READ MORE

ดอกไม้ที่มีพิษแรงที่สุดในโลก

Posted by dddasd On วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น


เจ้าดอกไม้อันตรายนี้ มีชื่อว่า Wisteria จัดเป็นพืชตระกูลถั่ว พวกมันพบได้ในหลายพื้นที่ของโลก เช่น จีน ญี่ปุ่น อเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้น wisteria แข็งแรงมากและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มันเป็นสายพันธุ์ที่รุกรานป่าอื่นในหลายพื้นที่ โดยเฉเพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันสามารถเจริญเติบโตได้ในดินคุณภาพต่ำ แต่มันชอบดินอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื่น เหมือนพืชอื่นๆมากกว่า
 มันเป็นพืชที่อาศัยการยึดเกาะติดกับที่ต่างๆเช่น กำแพง หรือต้นไม้อื่น wisteria ที่ใหญ่ที่สุดมีความสูง 20 เมตร หนัก 250 ตัน อยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ต้น wisteria เป็นต้นไม้ที่มีดอกที่สวยงาม และมีกลิ่นหอม แต่อย่าหลงความสวยของมันล่ะ เพราะหากกินดอกของมันเข้าไปอาจอาเจียน วิงเวียน ปวดหัว จนถึงขั้นช็อกได้

ที่มาhttp://wowboom.blogspot.com/
READ MORE

สุดยอด 10 อันดับ เมืองในฝันของชายโสด

Posted by dddasd On วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

สุดยอด 10 อันดับ เมืองในฝันของชายโสด
วันนี้จะมาแนะนำเมืองในฝันของท่านชายโสดทั้งหลาย จะมีเมืองไหนต้องไปดู
อันดับ 10 Helsinki -- เมืองหลวงของฟินแลนด์แห่งนี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรม มีชีวิตชีวา มีแต่คนวัยหนุ่มสาวที่แสวงหาการศึกษา การจ้างงาน และการผจญภัย แถมยังมีสถาปัตยกรรมทันสมัยที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น the World Design Capital สำหรับปี 2012 อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงที่ผสมผสานทั้งความใหม่และเก่าของเมือง และที่สำคัญมีผู้หญิงเยอะที่สุดในประเทศ
อันดับ 9 New York City -- เมืองที่ไม่หลับใหลและผสมผสานคนจากทุกๆ เผ่าพันธุ์และเชื้อชาติ มีทั้งสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์และอาร์ต แกลอรี่ให้เลือกชม แถมยังมีวัฒนธรรมผสมในแบบฉบับของตัวเอง เมืองนี้ยังมีคนอาศัยอยู่เยอะ ที่สำคัญผู้หญิงที่นี่เป็นลักษณะประเภทคบใครแบบไม่ผูกมัด
อันดับ 8 Rome -- เมืองอมตะแห่งนี้ ผสมผสานระหว่างเมืองแห่งศาสนากับเมืองแห่งความทันสมัย โรมเป็นสัญลักษณ์ของทั้งความวุ่นวาย ความโหดร้าย ความยิ่งใหญ่ มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โตมากมายที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความอลังการงาน สร้าง แน่นอนว่าที่นี่มีผู้หญิงมาเที่ยวเยอะมาก
อันดับ 7 Montreal -- ที่นี่คือดินแดนใหม่ หรือโลกใหม่ในสมัยยุคล่าอาณานิคม ผู้คนพูดภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาที่ฟังดูงดงาม นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่าเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองและ ออกแบบมาดีที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง ผู้คนที่นั่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีผู้หญิงอาศัยอยู่เยอะ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่น่าทึ่งที่มีทั้งท่าเรือเก่า ดาวน์ทาวน์ที่ทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้าที่มองลงมาก็จะเห็น Mount Royal Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ออกแบบโดยบุคคลคนเดียวกับที่ออกแบบ Central Park ในมหานครนิวยอร์ค
อันดับ 6 Tallinn -- เมืองหลวงของ Estonia ชาติเล็กๆ แต่มีอะไรให้ชาวพื้นเมืองน่าภาคภูมิใจมากมาย ที่สำคัญเมืองนี้เพิ่งได้รับขนานนามว่าเป็น Europe's 2011 Capital of Culture และแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กที่มีประชากรไม่ถึงห้าแสนคน แต่ที่นี่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่ง แถมยังเป็นเมืองดิจิตอลแห่งหนึ่งของโลกด้วย สาวๆ วัยรุ่นจึงชอบมาอาศัยอยู่ที่นี่
อันดับ 5 Miami -- การจัดอันดับนี้จะไม่ครอบคลุมเลยหากตกหล่นไมอามี่ไป ที่นี่อากาศดีและผู้คนจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ตลอดเวลา สาวสวยก็เต็มชายหาด แม้ว่าจะเป็นเมืองที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม แต่สถานที่แห่งนี้ก็มีเสน่ห์ในตัวเอง ถ้าเปรียบว่าไมอามี่คือผู้หญิง ก็คงเป็นผู้หญิงที่เผ็ดร้อนพร้อมกระโดดงับคุณได้ทุกเมื่อ
อันดับ 4 Stockholm -- เมืองนี้เป็นเมืองที่นิยมที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศสวีเดน เป็นเมืองสีเขียวประหยัดพลังงาน และยังมีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญสาวสวีเดนที่โดยมากรูปร่างดีมักชอบย้ายมาอยู่ที่นี่กันทั้งนั้น
อันดับ 3 Moscow -- เมืองใหญ่ที่สุดของรัสเซียและมีมหาเศรษฐีอยู่มากที่สุดในโลกตามรายงานของ นิตยสารฟอร์บส์ อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก การผสมผสานระหว่างความมั่งคั่งและสังคมที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมจึงดึงดูดคนที่ แสวงหาโชคทั้งหลายให้ย้ายเข้าไปอยู่ที่มอสโคว
อันดับ 2 Hong Kong -- แม้ว่าอังกฤษจะคืนฮ่องกงให้กับจีนไปแล้วหลายปี แต่ที่นียังคงเป็นเหมือนทางผ่านไปสู่อังกฤษ เกาะเล็กๆ แห่งนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก มีตึกระฟ้ามากมาย แสงไฟระยิบระยับเต็มไปหมดในเวลากลางคืน เป็นเมืองที่ผสมผสานกลมกลืนระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก ผู้คนทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง แต่ก็นิยมสังสรรค์เยอะแบบไม่แพ้กัน
อันดับ 1 Bangkok -- เมืองแห่งโลกตะวันออกที่เปิดรับโลกตะวันตกได้มากเมืองนี้เป็นเมืองที่คนไทย รู้จักกันดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพมหานครจะเป็นที่โจษจันจนทำให้การจราจรใน นิวยอร์คดูดีขึ้นมา เมืองหลวงของบ้านเราถือว่าดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายจากทุกสารทิศทั่วโลก อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการศึกษาของประเทศ มีผู้คนหลายประเภทอาศัยอยู่ ความมีชีวิตชีวาของเมืองก็ไม่แพ้ใคร เรียกได้ว่าเที่ยวกรุงเทพฯ ไม่ผิดหวังแน่นอน...ใกล้ตัวขนาดนี้ หนุ่มไทยไม่ควรมองข้ามสาวไทยเป็นอันขาด
ขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพจาก  Askmen,Sanook,kamoblog



READ MORE

เผย! สถานที่ร้อนที่สุดในโลก แต่มีมนุษย์อาศัย

Posted by dddasd On วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

สถานที่แห่งนี้ได้รับการเรียกขานว่า เมืองผี ไม่มีรายงานถึงจำนวนผู้พักอาศัยในสถานที่แห่งนี้ที่แน่นอน ไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา สิ่งเดียวที่เชื่อมต่อระหว่างคนของเมืองนีือกับโลกภายนอกคือ กองคาราวานอูฐที่เข้าไปทำเหมืองเกลือ

รายละเอียด สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า Dallol เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย  ระดับพื้นดินในบริเวณนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 130 เมตร   ปัจจุบัน Dallol ได้รับการบันทึกว่าเป็นสถานที่ร้อนที่สุดในโลก(ที่มีมนุษย์ตั้งรกรากอยู่อาศัย) ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 34 องศาเซลเซียส(ประเทศไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียสข้อมูลจากเว็บกรมอุตุนิยมวิทยาhttp://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=22)ในอดีตเคยมีการสร้างทางรถไฟเข้าไปเพื่อทำเหมืองเกลือ คาดว่ามีเกลือกว่า 5 หมื่นตันที่ขนส่งออกมาผ่านรางรถไฟนี้แต่เหมืองนี้ก็หยุดลงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ความพยายามเปิดเหมืองใหม่อีกครั้งไม่ประสบผลสำเร็จ และเมื่อจบสงครามโลกครั้งที่สองทางอังกฤษได้รื้อถอนรางรถไฟทั้งหมด  บริเวณที่มีการทำเหมืองเกลือคือบริเวณใกล้ภูเขาไฟDollol ที่เกิดการระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1926   ภาพจั่วหัวคือบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ทีมีซัลเฟร เกลือ และแร่ธาตุต่างๆตกผลึกเห็นเป็นสีสันต่างอย่างหน้าตื่นใจ

 คาราวานอูฐที่เข้าไปขนเกลือจาก Dallol
นี้คือซากอารยธรรมที่หลงเหลือจากการทำเหมืองเกลือในอดีต
การเข้าไปท่องเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ได้รับคำแนะนำว่าควรเข้าไปถึงพื้นที่ Dallol ในตอนเช้า คนนำทางมักจะให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ที่หมู่บ้าน Ela ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันที่คาราวานอูฐจะแวะพัก และรีบออกเดินทางอีกครั้งในตอนเช้าตรู่ เพื่อไปเยือน สถานที่ร้อนที่สุดในโลก

ขอบคุณ wowboom.blogsport.com


READ MORE

Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก

Posted by dddasd On วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก

Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก แห่งนี้ สูงกว่า น้ำตก Niagara ถึง 15 เท่า ด้วยความสูง 979 เมตร ชื่อของน้ำตกนั้นมาจากชื่อของนักสำรวจชาวอเมริกา Jimmy Angel ซึ่งเป็นผู้ค้นพบ น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก เป็นคนแรก ในปี 1933
angel falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก ได้โดยทางเรือและเครื่องบินเท่านั้น
ข้อมูล : news.cheapflighthouse.co.uk เรียบเรียง : travel.mthai.com


READ MORE

แหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียง...ที่สุดในโลก

Posted by dddasd On วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

แหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียง...ที่สุดในโลก
จาไมกา เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก บลูเมาน์เทน ซึ่งปลูกบนยอดเขาสูง ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกส่งไป สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ยี่ห้อที
่มีชื่อเสียงคือ ไฮเมาน์เทนซูพรีม (Hign Mountain Supreme) และ ไพรม์วอชท์จาไมกัน (Prime Washed Jamaican)

บราซิล ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของโลก ยี่ห้อมีชื่อคือ บราซิเลียน ซานโตส (Brazillian Santos)

โคลัมเบีย ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก กาแฟที่มีชื่อคือ ซูรีโม (Suremo)

ฮาวาย กาแฟขึ้นชื่อคือ โคน่า (Kona)

อินโดนีเซีย ชวา วิธีการเฉพาะของที่นี่คือ การบ่มในโกดังพิเศษเพื่อให้เมล็ดกาแฟเปลี่ยนสี และมีรสชาติที่ดี สุมาตรา ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า กาแฟแมนเฮลิงและอันโกลาของชวา มีรสชาติดีกว่าบลูเมาน์เทนและโคน่าเสียอีก

อินเดีย มีกาแฟรสชาติเฉพาะตัว ชื่อมอนซูน มาลาบาร์ (Monsooned Malabar)

เอธิโอเปีย ประชากร 1 ใน 4 ของประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟที่นี่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากมีกาแฟป่าปะปนอยู่ แต่นี่ก็เป็นสาเหตุให้รสชาติมีความไม่แน่นอนสูงด้วยเช่นกัน กาแฟที่มีชื่อเสียงคือ ฮารา ลองเบอรี่ (Harrar Longberry), ซีดาโม (Sidamo), และคาฟฟา (Kaffa)

เคนยา พิถีพิถันเรื่องคุณภาพมาก กาแฟที่มีคุณภาพที่สุดคือ เคนยา AA (Kenya AA)

เวียดนาม ส่งออกกาแฟได้เป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับประเทศไทยปลูกกาแฟโรบัสต้า ร้อยละ 98 โดยมากปลูกทางภาคใต้เช่น กระบี่ และชุมพร อีกประมาณร้อยละ 2 เป็นกาแฟอราบิก้าซึ่งปลูกมากตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือ กาแฟที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ กาแฟดอยช้าง ซึ่งปลูกบนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นกาแฟได้จากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล และรสชาติดีเทียบเคียงกับกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก anatomy.dent.chula.ac.th
READ MORE

เผย! 10 อันดับ ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

Posted by dddasd On วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

เผย! 10 อันดับ ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

อันดับ 10. Ethiopia
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
10 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
ประเทศ เอธิโอเปีย อยู่ในอันดับที่ 170 จาก 177 ของดัชนีประเทศยากจน ครึ่งหนึ่งของผลผลิตมวลรวมขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร เนื่องจากขาดแคลนเทคโนโลยี ใช้วิธีเพาะปลูกที่ล้าสมัย จึงทำให้ผลผลิตในภาคการเกษตรต่ำลงและผลมาจากสภาพอากาศไม่อำนวย 50% ของประชากรจำนวน 74.7 ล้านคน มีฐานะยากจน อีก 80% มีชีวิตรอดด้วยการขอรับบริจาคอาหาร ผู้ชายเพียง 47 % และผู้หญิง 31 % ที่สามารถอ่านออกเขียนได้ ประชากรบางส่วนของ เอธิโอเปีย มีความเสี่ยงต่อ ตับอักเสบ A, ตับอักเสบ E, ไข้ไทรอยด์, มาลาเรีย, โรคพิษสุนัขบ้า, เยื่อหุ้มสมองอักเสบม และ schistosomiasis
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 9. Niger
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ

ไนเจอร์ หนึ่งใน ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก มีประชากร 12.5 ล้านคน ฝน คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนอาหาร 63% ของประชากร อาศัยอยู่ด้วยเงินจำนวนต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน ผู้ใหญ่สามารถอ่านออกเขียนได้เพียง 15% ผู้คนส่วนมากเสียชีวิตจาก ตับอักเสบ A, ท้องร่วง, มาลาเรีย, ไข้สมองอักเสบ, และไข้ไทรอยด์
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 8. Central African Republic
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
สาธารณรัฐอัฟริกากลาง อยู่ในลำดับที่ 171 ของประเทศยากจน เกษตรกรรมคืออาชีพหลักที่พยุงเศรษฐกิจ ประชากรมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 7. Guinea-Bissau
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
ประเทศ กีนี บิสเซา ชื่ออาจไม่คุ้น แต่รู้ไว้ว่าพี่เค้ายากจนอันดับที่ 172 อาชีพสำคัญคือการทำไร่และประมง รายได้ของประชากรไม่เท่ากัน ต่างกันไปตามแต่ละภาคของประเทศ ประมาณ 10% ของผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคเอดส์
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 6. Union of the Comoros
รายได้ต่อหัวต่อ ปี 600 เหรียญสหรัฐ
สหภาพโคโมโรส ประชากรส่วนใหญ่ไม่มีงานทำ จึงส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจย่ำแย่ และด้วยความหนาแน่นของประชากร 1,000 คนต่อตารางกิโลเมตร เป็นผลให้สภาพแวดล้อมวิกฤต กระทบต่อการเกษตร ประมาณ 40% มีระดับการศึกษาต่ำ ทำให้ขาดแคลนแรงงานที่มีศักยภาพ สรุปความเป็นอยู่ของผู้คนขึ้นอยู่กับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ!
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 5. Republic of Somalia
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
ภาคการเกษตรคือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ แห่ง สาธารณรัฐโซมาเลีย ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแอฟริกา ประชากรส่วนใหญ่เร่ร่อน อยู่ไม่เป็นที่ อาชีพหลัก คือ การทำปศุสัตว์ อุตสาหกรรมทางการเกษตรให้ผลผลิตมวลรวมเพียง 10% ของทั้งหมด
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 4. The Solomon Islands
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
หมู่เกาะโซโลมอน เป็นประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการประมงเป็นหลัก กว่า 75% ของแรงงานประกอบอาชีพประมง ไม้คืออุตสาหกรรมหลักมาจนถึง ค.ศ. 1998 กระทั่งน้ำมันปาล์กับมะพร้าว กลายเป็นสินค้าส่งออก หมู่เกาะโซโลมอล มีแร่ธาตุมากมาย เช่น สังกะสี ตะกั่ว ทองคำ และนิกเกิล
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 3. Republic of Zimbabwe
รายได้ต่อหัวต่อปี 500 เหรียญสหรัฐ
อีกหนึ่งที่ยกให้เป็น ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก สาธารณรัฐซิมบัพเว ตั้งอยู่ระหว่าง แม่น้ำ Limpopo และ Zabezi ในแอฟริกาใต้ เศรษฐกิจหยุดชะงักเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ บวกกับขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงการที่ ซิมบัพเว ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทรุดตัวของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทำให้อัตราการตกงานของประชากรสูงถึง 80%
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 2. Republic of Liberia
รายได้ต่อหัวต่อปี 500 เหรียญสหรัฐ
สาธารณรัฐไลบีเรีย อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแอฟริกา 1 ใน 10 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก เหตุเพราะการส่งออกพืชผลที่ลดลง นักลงทุนหดหาย ขโมยชุม คนรุมแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรเพชรอย่างไม่ยุติธรรม และการค้ากำไรเกินควรในช่วงสงครามกลางเมือง ค.ศ. 1990 ทำให้เศรษฐกิจของ ไลบีเรีย ทรุดตัว ส่งผลให้การกู้เงินจากต่างประเทศมีมากกว่าผลผลิตมวลรวม
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 1. Republic of the Congo
 รายได้ต่อหัวต่อปี 300 เหรียญสหรัฐ
มาถึง ประเทศที่ยากจนที่สุดของโลก กับ สาธารณรัฐคองโก ประเทศแถบแอฟริกากลาง ที่อดอยากยากแค้น เพราะการเสื่อมค่าของเงินฟรังค์ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มระดับสูง ใน ปี ค.ศ. 1994 ความวุ่นวายจากสงครามกลางเมือง และราคาน้ำมันที่ตกต่ำใน ปี ค.ศ. 1998 ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศย่อยยับ
ข้อมูล : www.hottnez.com เรียบเรียง : travel.mthai.com
READ MORE

สุดยอดเครื่องเล่นตื่นเต้น ดีที่สุด แรงที่สุด เจ๋งที่สุดในโลก3/6

ก็เหมือนกับชื่อของมัน มันจะลากคุณลงมาพบกับสุดยอดความตื่นเต้นสุดขีด จากความสูงที่ระดับ 120 เมตร ด้วยความเร็วกว่า 193 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในการปรากฎตัวครั้งแรกในปี 2003 Top Thrill Dragster ถือว่าเป็นรถไฟเหาะที่ เร็วที่สุดในโลก และ สูงที่สุดในโลก แต่หลังจากการปรากฏตัวของ Kingda Ka ทำใ้ห้ปัจจุบัน Top Thrill Dragster เ
ป็น รถไฟเหาะ สูง และ เร็วที่สุดในโลก เป็น อันดับ2 ในปี 2008 มีผู้เล่นได้สัมผัสกับประสบการณ์นี้กว่า 1.2 ล้านคน

เตรียมพบกับประสบการณ์ ความตื่นเต้นสุดขีด จากการดิ่งลงจากความสูงที่ 120 เมตร ด้วยความเร็ว 193 เมตร/ชั่วโมง

ที่มา http://wowboom.blogspot.com/
READ MORE

ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012

Posted by dddasd On วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012

อันดับ 10. Two International Finance Centre, Hong Kong


ตึก Two International Finance Centre ตั้งอยู่ที่ ฮ่องกง เสร็จสมบูรณ์ในปี 2003 เป็นตึกระฟ้าสุดทันสมัยและสวยงาม ภายนอกอาคารตกแต่งด้วยกระจกสะท้อนอนาคต ความสูงอยู่ที่ระดับ 1,352 ฟุต เป็นหนึ่งในไม่กี่โครงสร้างในโลกที่มีลิฟท์สองชั้น!
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 9. Willis Tower, Chicago
Willis Tower หรือชื่อเดิมคือ Sears Tower ตั้งอยู่ที่ เมืองชิคาโก เป็น ตึกที่สูงที่สุดในอเมริกา ด้วยระดับความสูง 1,353 ฟุต มีการวางศิลาฤกษ์ของอาคาร 110 ชั้น แห่งนี้ ใน เดือนสิงหาคม ปี 1970 และสร้างเสร็จในปี 1973 ความพิเศษอยู่ที่ ชั้น 103 มีจุดชมวิวยื่นออกจากตัวตึก ให้นักท่องเที่ยวมองเห็นเมืองชิคาโกได้อย่างเต็มตา
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 8. The Trump International Hotel, Chicago
10 อันดับ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012
ตึกกระจกสุดมันวาว Trump International Hotel อีกหนึ่งตึกสูงระฟ้าที่อยู่ในเมืองชิคาโก มีความสูง 1,362 ฟุต ประกอบด้วย 92 ชั้น เคยติดอันดับ ตึกที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ใน ปี 2009
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 7. The Jin Mao Building, Shanghai, China
Jin Mao Building ตั้งตระหง่านอยู่ที่ เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน สร้างขึ้นแทนที่ King Towerเป็น ตึกที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ เสร็จสมบูรณ์ใน ปี 1999 ด้วยความสูง 1,380 ฟุต เป็นทั้งโรงแรม สำนักงาน สถานบันเทิง มีทั้งหมด 88 ชั้น ให้บริการด้วยลิฟท์ถึง 130 ตัว!
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 6. Guangzhou West Tower, China
Guangzhou West Tower ยึดตำแหน่งหนึ่งใน ตึกที่สูงที่สุดในโลก 2012 ที่ระดับ 1,444 ฟุต ตั้งอยู่ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน ภายในตึกระฟ้า 103 ชั้น ทำหน้าที่เป็นทั้งโรงแรม สำนักงาน และศูนย์การประชุม เปิดให้บริการในปี 2010 ตึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ตึกแฝด Guangzhou Twin Towers Complexซึ่ง Guangzhou East Tower จะคลอดในปี 2016
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 5. Greenland Financial Center, Nanjing, China
Greenland Financial Center ตึกระฟ้าแห่ง หนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีระดับความสูงที่ 1,476 ประกอบด้วย 71 ชั้น เริ่มสร้างใน ปี 2005 เสร็จสิ้นในปี 2010 เปิดให้บริการด้านโรงแรมและสถานบันเทิง
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 4. Petronas Towers, Kuala Lumpur, Malaysia
ตึกที่สูงที่สุดในโลก
Petronas Towers แห่ง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สูง 1,483 ฟุต สร้างเสร็จใน ปี ค.ศ. 1998 และครองตำแหน่ง ตึกที่สูงที่สุดในโลก จนโดนโค่นแชมป์ใน ปี 2003 ความโดดเด่นอยู่ที่ สะพานเชื่อมอาคาร ซึ่งมีน้ำหนัก 750 ตัน อยู่ที่ชั้น 42 และ 43 ปัจจุบัน Petronas Towers ยังครองแชมป์ ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 3. Shanghai World Financial Center, China
ตึกที่สูงที่สุดในโลก
ด้วยความสูง 1,614 ฟุต จึงทำให้ Shanghai World Financial Center ของจีน ถูกคาดหวังว่าจะเป็นผู้ทำลายสถิติ ตึกที่สูงที่สุดในโลก จาก Petronas Towers แต่เหมือนถูกสวรรค์กลั่นแกล้งให้กระเป๋าแห้งซะก่อน การก่อสร้างเริ่มใน ปี 1997 แต่หยุดชะงักลงกลางครันไปหลายปี เนื่องจากมีปัญหาเรื่องงบประมาณ แต่เมื่อแล้วเสร็จ ก็ต้องระเห็ดตกเก้าอี้แชมป์ ไม่เป็นดังหวัง เมื่อ Taipei 101 ผงาดค้ำฟ้าในเวลาไล่เลี่ย ด้วยความสูงที่เหนือกว่า คว้าตำแหน่ง ตึกที่สูงที่สุดในโลก ตัดหน้า Shanghai World Financial Center ไปซะงั้น!
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 2. Taipei 101, Taiwan
Taipei 101 ตาอยู่ผู้ทำลายสถิติ ครองตำแหน่ง ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2003 ด้วยการเพิ่มยอดเสาตึกจนมีความสูง 1,676 ฟุต ตั้งตระหง่านอยู่ที่ เขตซินยี เมืองไทเป แห่ง ไต้หวัน มีทั้งหมด 91 ชั้น เป็นทั้งศูนย์บริการด้านการเงิน สำนักงาน แหล่งช้อปปิ้ง และติดอันดับ ลิฟท์สองชั้นที่เร็วที่สุดในโลก
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อันดับ 1. Burj Khalifa, Dubai
ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012
มาถึงแชมป์ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ปี 2012 อย่าง Burj Khalifa แห่ง ดูไบ ความสูงเข้าวิน ด้วยระดับ 2,717 ฟุต อาคารสูง 160 ชั้น แห่งนี้ เป็นทั้งอพาร์ตเมนท์ โรงแรม สำนักงาน ภัตตาคารหรู ด้วยที่สุดของความสูงเสียดฟ้า จึงผงาดอย่างเนียนๆ เฉือนมาอีก 2 ตำแหน่ง “ลิฟท์ที่สูงที่สุดในโลก” และ “จุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลก” คิดมาคิดไป มันก็ต้องแน่น่ะสิ ยิงปืนนัดเดียว มีเอี่ยวไปหลายแชมป์!
อย่างไรก็ตาม บนโลกที่ไม่หยุดนิ่ง ทุกสิ่งล้วนมีการเปลี่ยนแปลง ไม่รู้ว่า Burj Khalifa จะครองตำแหน่ง ตึกที่สูงที่สุดในโลก ได้นานเท่าไหร่ เพราะแว่วว่า Azerbaijan Tower กำลังจะมาพร้อมความสูงเว่อร์ 3,440 ฟุต!
ข้อมูล : www.globalgrasshopper.com เรียบเรียง : travel.mthai.com


READ MORE