แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นานาสาระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นานาสาระ แสดงบทความทั้งหมด

ประวัติปาท่องโก๋

Posted by dddasd On วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556 4 ความคิดเห็น
ประวัติปาท่องโก๋
สมัยราชวงศ์ซ้อง ขุนนางกังฉินกับภรรยา ร่วมกันวางกลอุบายใส่ร้ายว่าแม่ทัพงักฮุยและแม่ทัพตงฉินหนีทัพ ทำให้แม่ทัพงักฮุยอันเป็นที่รักของประชาชนถูกประหารชีวิต ประชาชนต่างโกรธแค้น ขุนนางกังฉินและภรรยาแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งปกติชาวบ้านจะนิยมทานแป้งทอด จึงมีความคิดปั้นแป้งคู่แทนขุนนางกังฉินและภรรยานำลงไปทอดในน้ำมันร้อนๆ และก่อนจะทานก็จะฉีกออกเป็นสองท่อน เพื่อเป็นการระบายแค้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วารสาร อพวช. พฤศจิกายน 2555

READ MORE
หลังโดนน้ำร้อนลวกเล็กๆน้อยๆทำอย่างไร

ที่เราเคยๆเห็นๆกันมีตั้งแต่ ยาสีฟัน ยาหม่อง ยาเหลือง ยาเขียว ยาแดง ว่านหางจรเข้ บัวหิมะ และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่จริงๆแล้ว หลักการดูและแผลไหม้ตามผิวหนังนั้น มีเพียงนิดเดียว
คือ ออกจากแหล่งความร้อนให้เร็วที่สุด และทำให้แผลสะอาด

การใช้ยาต่างๆดังที่กล่าวมาไม่มีประโยชน์มากกว่าการล้างน้ำเปล่า
แผลไหม้ส่วนใหญ่จะหายได้เองโดยธรรมชาติ เพียงแค่ดูแลความสะอาดของแผลให้ดี และในบางครั้ง การเอาสารอื่นๆมาทาแผลกลับทำให้แผลหายช้ากว่าเดิมอีกต่างหาก เพราะมีความระคายเคืองต่อผิว และบางอย่างทำให้แผลสกปรกมากขึ้น

แต่ถ้าโดนมากๆก็ให้ไปโรงพยาบาลนะคับ
READ MORE
ประวัติการประดิษฐ์บาร์โค้ด เป็นมาอย่างไร

ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากฝีมือการคิดประดิษฐ์ของ Norman Joseph Woodland และ Bernard Silver สองศิษย์เก่าของ Drexel Institute of Technology ในฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา จุดประกายของ การประดิษฐ์บาร์โค้ด เริ่มต้นจาก Wallace Flint จาก Harvard Business School ในปี ค.ศ.1932 ซึ่งเขาได้เสนอการเลือกสินค้าที่ต้องการจากรายการ โดยใช้บัตรเจาะรู เพื่อแบ่งหมวดหมู่เดียวกัน แต่ความคิดดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้ถูกสานต่อ

จนกระทั่ง Bernard Silver ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักศึกษาอยู่ เกิดบังเอิญไปได้ยินประธานบริษัทค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครายหนึ่งในเมือง ฟิลาเดลเฟีย ปรึกษากับคณบดีว่า ทางมหาวิทยาลัยน่าจะส่งเสริมให้มีการทดลองเกี่ยวกับระบบจัดเก็บและอ่านข้อมูลสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจค้าปลีกในการทำสต็อก และด้วยความที่ Bernard ไม่ได้ฟังแบบเข้าหูขวาทะลุหูซ้าย เขาจึงนำสิ่งที่ได้ยินกลับมาครุ่นคิด และชักชวนให้ศิษย์ผู้พี่ Norman Joseph Woodland มาร่วมกันทำฝันให้เป็นจริง

ในปี ค.ศ.1952 ทั้งคู่ก็ให้กำเนิด บาร์โค้ด หลังพยายามทดลองอยู่นานหลายปี และได้มีการออกสิทธิบัตรขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม ปีเดียวกันนั้นเอง โดยบาร์โค้ดชนิดแรกที่ทั้งสองผลิตขึ้นนั้น ไม่ได้เป็นลายเส้นอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน หากแต่มีลักษณะคล้ายแผ่นปาเป้าที่ประกอบด้วยวงกลมสีขาวซ้อนกันหลายวงบนพื้นหลังสีเข้ม ทว่าผลงานครั้งนั้นก็ยังไม่ถูกใจทั้งสองเท่าที่ควร แต่กระนั้น ร้านค้าปลีกในเครือ Kroger ที่เมืองซินซินนาติ มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ก็ได้นำเอาระบบบาร์โค้ดแบบแผ่นปาเป้าไปใช้เป็นแห่งแรกของโลก ในปี ค.ศ.1967

ต่อมาได้มีการพัฒนาบาร์โค้ด และประดิษฐ์เครื่องแสกนบาร์โค้ดขึ้น โดยใช้งานเป็นครั้งแรกในโลกที่ Marsh’s ซูเปอร์มาร์เก็ต ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.1974 และ ในวันที่ 26 เดือนนั้น หมากฝรั่ง Wrigley's Juicy Fruit ก็กลายเป็นสินค้าชิ้นแรกในโลกที่ถูกสแกน บาร์โค้ด เพราะมันเป็นสินค้าชิ้นแรกที่ถูกหยิบขึ้นจากรถเข็นของลูกค้าคนแรกของร้านในวันนั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สหวิชา ดอท คอม และ วิชาการดอทคอม
โดยครูสุรพล คำมะณีจันทร์ 
READ MORE
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คืออะไร ?

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือบะหมี่แห้งที่กึ่งเตรียมทำมาให้แล้ว โดยปกติจะทานเมื่อได้เติมน้ำร้อนประมาณ 3-5 นาที ในปัจจุบันได้มีมากมายหลายยี่ห้อ

ถึงแม้ว่าผู้ผลิตส่วนใหญ่จะมาจากทวีปเอเชีย ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย เกาหล


แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการนิยมทานกันในยุโรป อเมริกาเหนือ หรืออเมริกาใต้ เพราะว่าราคาที่ถูกนั่นเอง คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า "มาม่า"

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกโดย โมโมฟุคุ อันโดะ จากบริษัทนิสชิน ฟูดส์ ประเทศญี่ปุ่น

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางจำหน่ายครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมือวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2501

ในปี พ.ศ.2543 พบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสิ่งคิดค้นที่ดี่ที่สุดในศตวรรษที่ 20

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก
th.wikipedia.org
webkanoshi2.up.d.seesaa.net
READ MORE

เทศกาลโยนแพะ ประเทศสเปน

Posted by dddasd On วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556 0 ความคิดเห็น
เทศกาลโยนแพะ ประเทศสเปน

เทศกาลที่เป็นที่โต้เถียงกันมากที่สุด เพราะของที่เอามาโยนนั้นคือสัตว์เป็นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ และมันคงไม่ชอบใจนักที่จะถูกเอามาโยนแบบนี้ สัตว์ที่ว่านี้คือ แพะ ซึ่งถูกโยนลงมาจากหอระฆังสูง 50 ฟุต ลงมายังพื้นด้านล่างที่มีกลุ่มคนถือผ้าผืนใหญ่รอรับตัวมันอยู่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นักต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์จะหัวเสียและเรียกร้องให้ยกเลิกงานเทศกาลนี้

ที่เมือง Manganeses de la Polvorosa ซาโมรา ประเทศสเปน จะมีการจัดงานเทศกาลนี้เพื่อเฉลิมฉลองให้กับแพะชื่อดังในประวัติศาสตร์เมือง เรื่องมีอยู่ว่า มีพระรูปหนึ่งซึ่งเลี้ยงแพะเอาไว้ ทุกๆ วันเขาจะพาแพะเดินไปตามที่ต่างๆ เพื่อเอานมของมันให้กับคนยากไร้ อย่างไรก็ตาม วันหนึ่ง แพงตัวนี้หนีขึ้นไปบนหอระฆัง เมื่อระฆังดังขึ้นมามันก็ตกใจมากจนวิ่งตกลงมาจากหอคอย แต่โชคดีที่ด้านล่างมีคนผ่านไปมาที่ถือผืนผ้าใบอยู่จึงรับมันเอาไว้ได้พอดี และแพะตัวนี้ก็รอดชีวิต แต่สำหรับแพะผู้โชคร้ายที่โดนเอามาโยนในงานเฉลิมฉลองนี้ส่วนมากไม่ได้โชคดีแบบแพะต้นเรื่องและตกลงมาตายเสียส่วนมาก ปัจจุบันนี้เทศกาลนี้ถูกแบนไปตั้งแต่ปี 2002 แล้ว แต่เชื่อว่ายังมีคนแอบทำกันอยู่ดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thelistcafe.com
READ MORE

อิคคิวซังเณรน้อยเจ้าปัญญา

Posted by dddasd On วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น
อิคคิวซังเณรน้อยเจ้าปัญญาการ์ตูนสุดสนุก ท่านมีตัวตนอยู่จริงๆ 

เมื่อ 600 ปีที่ผ่านมาเป็นยุค Muromachi (ประมาณ พศ.1338-1573) ช่วงที่ญี่ปุ่น ยังยึดติดเรื่องศักดินา 
อิคคิว ซัง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเณรน้อยหลังจากโชกุน Yoshimitsu Ashikaga ต้องการจะรวมประเทศญี่ปุ่น ในศตวรรษที่ 15 มีพระในนิกายเซนถือกำเนิดขึ้นที่ใคร ๆ รู้จักในนาม "Ikkyu San (อิคคิว ซัง)" ผู้ฉลาดหลักแหลม เขาเกิดในปี 1394 และตายในปี 1481 ด้วยวัย 87 ปี

พ่อของเขาคือจักรพรรดิ์ Gokomatsu ซึ่งมีชายาสองฝ่ายคือ Nantyo (ชายาฝ่ายใต้) และ Hokutyo (ชายาฝ่ายเหนือ) แม่ของอิคคิวคือ Nantyo ภรรยาลับ ๆ ของจักรพรรดิ์ Gokomatsu พระองค์เกรงอำนาจของชายาฝ่ายเหนือ Hokutyo แม่ของอิคคิวจึงต้องออกจากราชวังตั้งแต่ Ikkyu ยังไม่เกิด พระจักดิ์พรรคส่งเจ้าชายและชายา ฝ่ายใต้ (แม่ของอิคคิว) มาจากพระราชวัง โชกุน Ahikaga จึงเปลี่ยนชื่อให้เจ้าชายน้อยว่า Ikkyo การ์ตูนเรื่องนี้พยายามจะนำเสนอ การใช้ชีวิตของ อิคคิว ในวัดและต้องคอยต่อสู้กับลูกสาวพ่อค้า Yayoi ที่คอยเอาเปรียบวัด รวมถึงเรื่องศาสนา มีทั้งมุขตลกสำหรับเด็ก ๆ และเรื่องรวมความซาบซึ่งต่าง ๆ ไว้ครบ

เมื่ออิคคิวเกิดและอายุได้ 6 ปี อิคคิวได้บวชเรียนในวัดนิกายเซ็นในเกียวโตชื่อวัด "Ankokuji (อังโคะคุจิ)" อิคคิวฝึกตนค่อนข้างจะเข้มงวด จากหลวงพ่อของวัดอังโคะคุจิถึง 10 ปี รอบ ๆ ตัวของอิคคิวมีแต่ขุนนางชั้นสูงในสมัยนั้น ต่างก็เสแสร้ง และหลอกลวง ไม่จริงใจกับอิคคิว พวกขุนนาง เมื่ออิคคิวอายุได้ 16 ปี เขาเริ่มทนไม่ได้กับความเสแสร้างไม่จริงใจของพวกขุนนาง

อิคคิวได้ออกจากวัดอังโคะคุจิ หลังจากนั้นชีวิตของอิคคิวก็พบกับความทุกข์ยากแสนสาหัส อิคคิวได้เป็นนักเรียนของ Kenou Osyou ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงทางด้านศาสนาของนิกายเซนจนกระทั่งอิคคิวเสียชีวิตเมื่อมีอายุได้ 87 ปี ในปี 1481 ชีวิตของอิคคิวนั้นได้ทำให้ทุกคนเห็นว่าเขามีฐานะเป็นถึง เจ้าชาย ในจักรพรรษดิ์ แต่ว่าอิคคิว ไม่เคยสนใจยศศักดิ์ ตำแหน่ง ความร่ำรวม เกียรติยศเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นของความสกปรก ความโลภ จิตใจของอิคคิวบริสุทธิ์และไม่สนใจกับเกียรติยศใด ๆ 
READ MORE

ทำไมถึงเรียกว่า "Google"

Posted by dddasd On วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น
ทำไมถึงเรียกว่า "Google" เจ้าของเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลที่มีค่าต่อการทำรายงานของเด็กๆทั่วโลก ทำไมต้องเรียกว่าgoogle 
ชื่อ "Google" มาจากคำว่า "googol" ซึ่งหมายถึงจำนวนทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึงเลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 อีกหนึ่งร้อยตัว หรือ 10100 เพื่อเป็นการแสดงถึงเป้าหมายของบริษัทที่จะจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล อีกกระแสหนึ่งบอกว่าชื่อ Google มาจากความผิดพลาดในการจดโดเมนเนมในช่วงก่อตั้ง
ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 กูเกิลชนะความในศาล ในคดีที่มีบริษัทอื่นตั้งชื่อใกล้เคียง ได้แก่ googkle.com ghoogle.com และ gooigle.com เพื่อเรียกให้คนอื่นเข้าเว็บไซต์ของตน ทำให้เกิดความเสียหายกับชื่อเสียงของกูเกิล

READ MORE

5 วิธีเล่นหุ้น ฉบับ มนุษย์เงินเดือน

Posted by dddasd On วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

5 วิธีเล่นหุ้น ฉบับ มนุษย์เงินเดือน

วันนี้เจอบทความดีๆเลยเอามาฝากสำหรับการเล่นหุ้น ฉบับ มนุษย์เงินเดือน


ยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ มนุษย์เงินเดือนที่พอจะมีเงินเหลือจากรายจ่ายประจำเดือนอยู่บ้าง (บางคนบอกว่าไม่เหลือ แถมไม่พอใช้ด้วย) ก็ต้องหาทางบริหารเงินให้งอกเงย ทางหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมพอสมควรคือการเล่นหุ้น ผมลองรวบรวมวิธีการเล่นหุ้นที่ผมใช้อย
ู่ทุกวันนี้มาแบ่งปันกันในฐานะของมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งครับ

1. ไม่นั่งเฝ้าราคาทั้งวัน การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นบริษัทจ้างเรามาเพื่อทำงานครับ ถ้าคุณไม่ได้ทำงานเป็นมาร์ของโบรกที่ต้องคอยดูราคาขึ้นๆ ลงๆ คุณก็ไม่ควรนั่งจ้องหน้าจอหุ้นตลอดเวลา มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่ผมเคยเล่นหุ้นโดยมีระบบการซื้อขายที่ตัดสินใจจากราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วงนั้นผมต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวันเลย ดีที่ตอนนั้นทำงานเป็นฟรีแลนซ์เลยปรับเวลาทำงานตัวเองเป็นหลังตลาดปิด แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองเสีย Productivity มาก เมื่อเทียบกับเงินเพียงเล็กน้อยที่ได้มาจากการเฝ้าหน้าจอ

2. ไม่เล่นรอบเพื่อหวังรวยเร็ว เชื่อว่า 99% ของคนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนและกำลังตัดสินใจจะเล่นโดยที่ยังไม่มีความรู้อะไรมากนัก ย่อมคิดว่าการเล่นหุ้นทำให้รวยเร็ว เริ่มจากเงินลงทุนจำนวนไม่มากของตัวเอง ซื้อหุ้นตอนราคาต่ำๆ ถือไว้สักพักราคาจะวิ่งขึ้น จากนั้นก็ขายเพื่อเอาทุนคืน เอากำไรที่ได้ไปซื้อหุ้นตัวใหม่ ทำแบบนี้ไม่กี่รอบ จากเงินลงทุนหลักหมื่นจะกลายเป็นหลักแสน หลักแสนจะกลายเป็นหลักล้าน ผมไม่ปฏิเสธว่ามีคนที่ทำแบบนี้แล้วพอร์ตโตขึ้นจริง แต่คำถามคือมีคนกี่เปอร์เซ็นต์ที่ทำได้แบบนี้? และเขาจะได้กำไรไปเรื่อยๆ หรือเปล่า? มันทำให้ผมคิดถึงคนที่เล่นหวย บางคนดวงดีทำบุญมาเยอะ ซื้อหวยแล้วถูกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะถูกหวยบ่อยๆ เหมือนเขานะ

3. เล่นหุ้นให้เหมือนฝากประจำ สมัยที่ผมทำงานใหม่ๆ ได้เงินเดือน 20,000 บาท ผมจะแบ่งเงินครึ่งหนึ่งสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกครึ่งเอาเข้าบัญชีเงินฝากประจำทุกเดือนเป็นเวลา 24 เดือน มันน่าอึดอัดเหมือนกันเวลาที่ผมอยากซื้อของราคาสูงๆ อย่างโน้ตบุ๊ก แต่มันก็ช่วยให้มีวินัยทางการเงิน และส่งผลให้สองปีต่อมา ผมมีเงินก้อน 240,000 บาท บวกดอกเบี้ยอีกก้อนเล็กๆ ตอนนี้ผมประยุกต์ใช้วิธีนี้กับการเล่นหุ้น คือแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้ทุกเดือนเพื่อโอนเข้าบัญชีหุ้น (ผมใช้บัญชีเงินสด) บางคนอาจใช้เงินก้อนนี้ซื้อหุ้นทุกเดือนเลยโดยไม่สนราคา แต่ผมใช้วิธีถือเงินสดไว้และรอเข้าซื้อในจังหวะที่หุ้นตกแรงๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ละปีจะมีช่วงเวลาที่หุ้นตกหนักประมาณ 2-3 ครั้ง

4. ซื้อหุ้นเหมือนซื้อกิจการ เป็นกฎของนักลงทุนแนวพื้นฐาน (Fundamental) และนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เนื่องจากมนุษย์เงินเดือนไม่มีเวลานั่งเฝ้าราคา และไม่หวังรวยเร็วจากการเล่นรอบ เลยต้องซื้อหุ้นโดยวิเคราะห์พื้นฐานของธุรกิจนั้นๆ เสมือนว่าเราจะซื้อกิจการ ต้องเข้าใจว่ารายรับของบริษัทมาจากไหน มีรายจ่ายอะไรบ้าง ลูกค้าคือใคร สภาพตลาดเป็นยังไง อีก 5 ปี ตลาดจะใหญ่ขึ้นมั้ย คู่แข่งแข็งแกร่งแค่ไหน ผู้บริหารเป็นยังไง ฯลฯ ถ้าเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาทำให้ราคาหุ้นตกหนัก ผมก็จะเข้าใจว่าเหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบต่อพื้นฐานของธุรกิจในระยะยาวจริงหรือเปล่า ถ้ามีผลแค่ระยะสั้น ผมก็จะใช้เงินสดในข้อ 3 เพื่อซื้อหุ้นเพิ่ม แต่ถ้าดูแล้วน่าจะส่งผลกระทบในระยะยาว แบบนี้ก็ค่อยพิจารณาขายทิ้ง

5. ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้จากเงินปันผลไว้ใช้ตอนเกษียณ ลองประเมินดูว่าทุกวันนี้ถ้าเรากินอยู่อย่างประหยัด ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ลองคูณเงินเฟ้อเพื่อดูว่าอีก 20-30 ปีที่เราเกษียณแล้ว เราต้องใช้เงินเท่าไหร่ ถ้าค่าใช้จ่ายของเราในอนาคตมาจากเงินปันผล แปลว่าตอนนั้นเราควรมีพอร์ตขนาดไหน พอร์ตของเราในปัจจุบันยังห่างจากเป้าหมายเท่าไหร่ ในแต่ละปีเราควรจะมีเป้าหมายในการเพิ่มขนาดพอร์ตปีละเท่าไหร่ ถ้าวางแผนให้ดีตั้งแต่ตอนที่ยังมีแรงทำงาน พอถึงตอนที่ทำงานไม่ไหวแล้ว เราจะได้ไม่ต้องลำบากลูกหลานครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก "คุณ ทองเนื้อเก้า" pantip.com ห้อง สินธร www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I12761206/I12761206.html
READ MORE

10 อันดับผีไทย ที่เห็นมากที่สุด

10 ผีห้องน้ำ

ใครบ้านไหนบ้างหนอ ที่อาบน้ำในโอ่งอยู่ดีๆ แล้วผีดัน มาหลอกไม่ก็ขอกุศลตอนนั้นแล้วไม่กลัวอะและอับดับที่เกิดนั้นมักอยู่ในโรงแรม ไม่ก็หอเสมอ โดยทั่วไปผีตนนี้มักโผล่ผลุบๆ โผล่ๆ จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็ปิดโดยไม่มีลม ได้ยินเสียงน้ำไหลเอย เสียงชักโครกเอย เอาเป็นว่าเราก็กลัวเหมือนกัน

9 ผีบ้านร้าง

แถวบ้านพวกคุณ(บางคนนะคะ)มักจะมีบ้านๆหลังหนึ่งมีต้นไม้คลุมมีซากไม้เก่าๆอยู่หากแถวบ้านคุณมีลักษณะอย่างนั้นขอบอกว่าใช่เลย โดยปกติผีตนนี้มักจะโผล่แบบไม่ค่อยซ้ำแบบใครเท่าไร นั่นคือจะเห็นมีคนเดินไปเดินมาแถวบ้านนั้นเสมอ จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง เสียงเด็กร้องไห้หากคุณเจออย่างงั้นจะย้ายหนีหรืออยู่ต่อก็เชิญ

8 ผีข้างทาง

ยามคุณกลับบ้านคนเดียวมันจะตามคุณมาเรื่อยๆยิ่งดึกยิ่งน่ากลัว 99% ของผีตนนี้มักจะถูกฆ่าเสมอ ผีตนนี้มักจะโผล่แบบสยองเอาเรื่องเหมือนกัน แบบว่าผีตนนี้จะบอกให้ไปส่งที่บ้านแล้วก็.......

7 ผีญาติๆของคุณ

หลังจากเผาเสร็จ 1-2 วัน นั่นแหละคือวันที่แผลงฤทธิ์แต่คุณอย่าคิดมาก ผีตนนี้มักปรากฎขึ้นมาเพื่อให้คุณรู้ว่า เขาต้องการให้คุณทำบุญไปให้

6 ผีเทพอารักขา(เทวดาที่หลายๆคนเชื่อว่าสิงสถิตตามต้นไม้)

ผีแบบนี้ใครๆก็ชอบยิ่งออกรูปลักษณะแปลกๆ ยิ่งดี นั่นแหละชาวบ้านยิ่งขัดถูกันมัน


5 ผีจองเวรทั้งหลาย

วิธีการหลอกของผีตนนี้สยองสุด ๆ มันจะทำให้คุณขนลุกพอ ๆ กัน แต่มันสยองสำหรับคนที่ดันไปจองเวรก่อนเค้าตาย แต่คนที่ไม่ได้ไปทำอะไรให้มันคับแค้นใจก็รอดไป การหลอกของผีตนนี้มักมีเป้าหมายคือ ฆ่าพวกที่ทำให้พวกเค้าเสียใจเท่านั้น

4 ผีของเก่า ๆ ที่คุณซื้อมา

และที่สำคัญที่ทอปฮิตติดชาร์ตมากที่สุดคือ เตียงนอนและตู้ 1. เตียงนอนมันมักจะเริ่มจากที่คุณนอนไป 2-3 ชั่วโมงแล้วมันจะมานอนข้าง ๆ คุณ หรือไม่ก็ฉุดขาคุณ 2. ตู้ คุณลองเปิดตอนมืด ๆ ค่ำ ๆ สิ

3 ผีเด็กๆ

คุณอย่าคิดนาๆว่าถึงเป็นผีเด็กนะแต่ทอปมาอยู่ที่3ได้นะความเฮี้ยนของเด็กมักเริ่มจากความกุ๊กกิ๊กน่ารักเสมอ แล้วลิ้นก้อค่อยๆยาวขึ้นหรืออาจมีเลือดเต็มหน้า แล้วคุณก็เป็นลม

2 ผีที่วัด

แน่นอนวัดคือท็อป 2 ที่คุณจะเจอผีลองดูสิหันหน้าไปทางทิศตะวันตกหลังเมรุ แล้วก้มลอดระหว่างขาสิ

1 ผีโรงแรมนั่นเอง

ดารา หรือแม้กระทั่งคุณเองก้อเจอเช่นกัน โดยเริ่มจากคุณได้ยินเสียงเคาะประตู เมื่อคุณเปิดไปกลับไม่มีใครอยู่ หรือไม่ก็ผีผ่านหน้าต่างไปช้า ๆ ในห้องส่งกลิ่นเหม็น แน่นอนคุณต้องของเช็กเอาท์ทันที่หลังจากเกิดคืนแรก





ขอบคุณข้อมูลหลอนๆ จาก www.toptenthailand.com
READ MORE

รวมสัตว์สองหัว รวมมิตรสัตว์แปลก มีอยู่บนโลกจริงๆ

Posted by dddasd On วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

สัตว์สองหัว รวมมิตรสัตว์แปลก มีอยู่บนโลกจริงๆ
สัตว์สองหัว รวมมิตรสัตว์แปลก สัตว์สองหัว ที่มีอยู่บนโลกนี้ แทบไม่อยากเชื่อสายตาว่า สัตว์แปลกๆ สัตว์สองหัว จะมีอยู่บนโลกนี้จริงๆไม่ว่าจะเป็น หมูสองหัว งูสองหัว เต่าสองหัว เป็นต้นอยากเห็นว่า สัตว์สองหัว หน้าตาแปลกประหลาดแค่ไหน ที่นี่เรามีให้คุณได้ชมแล้วจ้า


READ MORE

เจาะตำนานเทพปกรณัมกรีก กำเนิดเทพไททัน

Posted by dddasd On วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น


ไม่นานจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดเทพบุตร 6 องค์ คือ โอเซียนัส (Oceanus) ซีอัส (Coeus) ครีอัส (Creus) ไฮเพอร์เรออน (Hyperion) ไออาเพทัส (Iapetus) และโครนัส (Cron

-->
us) และให้กำเนิดเทพธิดา 6 องค์ นามว่า เธอา (Thea) เรอา (Rhea) เธมิส (Themis) เธทิส (Thetis) เนโมซิเน (Nemosyne) และฟีบี (Phoebe)

เทพบุตรและเทพธิดาทั้ง 12 องค์นี้มีขนาดร่างกายใหญ่มหึมา เรียกว่า ไททัน (Titan) หรือ ไจแกนทีส (Gigantes) ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตนี้เอง ทำให้จอมบิดาอูรานอสหวาดหวั่นจึงได้จับเทพไททันทั้งหมดโยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัส (Tartarus) ซึ่งเป็นขุมนรกส่วนที่ลึกที่สุดในยมโลกที่มืดมิด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เทพบุตรหรือเทพธิดาองค์ใดใช้พลังเป็นปฏิปักษ์กับจอมบิดาได้

ต่อมาจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดโอรสที่แปลกประหลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก คือ เป็นยักษ์ 50 หัว 100 แขน จำนวน 3 ตน คือ คอตทัส (Cottus) เบรียรูส (Briareus) และไกจีส (Gyges)

อูรานอสรู้สึกกลัวจึงจับพวกเขาโยนลงไปขังในทาร์ทารัสอีก

ต่อมาจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดโอรสเป็นยักษ์ตาเดียว เรียกว่า ไซคลอปส์ (Cyclops) อีก 3 ตน มีนามตามลำดับว่า ฟ้าลั่น-บรอนทีส (Brontes) ฟ้าแลบ-สเทอโรพีส (Steropes) และแสงวาบ-อาร์จีส (Arges)

จอมบิดาอูรานอสก็จับไซคลอปส์ทั้งสามโยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัสอีกเช่นเดียวกัน แสงสว่างจากไซคลอปส์ทั้งสามนี่เองที่ทำให้ทาร์ทารัสที่มืดมิดพอมองเห็นกันได้ เมื่อเริ่มมองเห็นแสง เทพไททันก็เริ่มคิดหาทางเป็นอิสระ แต่ก็หาวิธีออกจากทาร์ทารัสไม่ได้

จนกระทั่งใครบางคนยืนมือเข้าช่วยเหลือ.....

Credit : หนังสือ ตำนานเทพกรีก / Wikipedia
READ MORE


ราชบัณฑิตเสนอแก้ คำไทย 176 คำ มีศัพท์ฮิตหลายคำที่เปลี่ยนไป เช่น "คอมพิวเตอร์" แก้เป็น "ค็อมพิ้วเต้อร์"

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กองศิลปกรรมได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม 

ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการราชบัณฑิต และผู้ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงการเขียน
คำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ

นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี

ให่้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์"

นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็นจากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติมวรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ

ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้การขอปรับแก้คำศัพท์ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุงเพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่

ที่มา http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2591410
READ MORE

10 เหตุแผ่นดินไหวแรงที่สุดในรอบ 7 ปี

Posted by dddasd On วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น



ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกบ่อยขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน หลายครั้งมันก็รุนแรงจนคร่าชีวิตผู้คนไปนับร้อยนับพัน และหลายครั้ง เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก็สร้างความสะพรึงกลัวให้กับผู้คนทั่วโลก เพราะหลังจากเกิดเหตุ ก็มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์เปิดเผยออกมาให้ได้เห็นมากมาย แต่ละคลิปแสดงให้เห็นวินาทีขณะแผ่นดินไหว และภาพการหนีตายอย่างโกลาหล

          ล่าสุด เว็บไซต์เอิร์ธเควกรีพอร์ต ได้รวบรวมเอา 10 คลิปบันทึกเหตุแผ่นดินไหวที่มีระดับการสั่นสะเทือนรุนแรงที่สุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมามาให้ชมกัน เพื่อให้ได้เห็นถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งจะสั่นสะเทือนมากน้อยต่างกันอย่างไรนั้น ลองไปชมกันดูจ้า

1. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ ในญี่ปุ่น (11 มีนาคม 2554)


         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากถนนโอวากิ เมืองฟูกุชิมะ ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวค่อนข้างมาก

2. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ ในชิลี (27 กุมภาพันธ์ 2553)


         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล่องวิดีโอวงจรปิดในชิลี ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 525 รายเลยทีเดียว


3. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนของจีน (12 พฤษภาคม 2551)


         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณนอกตึกแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้คนกำลังวิ่งไปบนถนน แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายรุนแรงมาก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 69,195 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 374,643 คน


4. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์ ในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน (8 ตุลาคม 2551)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบนตึกสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 105 กิโลเมตร ในช่วงที่ผู้คนในตึกกำลังหนีออกมาจากตึกอย่างชุลมุน เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไป 79,000 คน และอีก 106,000 คน บาดเจ็บ


5. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ เมืองเอล เซนโทร รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ (4 เมษายน 2553)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 65 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าเหตุแผ่นดินไหวได้สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง เพดานตกลงมา ก่อนที่กล้องวิดีโอจะตกลงมาเช่นกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บราว 100 คน




6. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ เมืองวานของตุรกี (23 ตุลาคม 2554)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบนถนนในเมืองแวน เป็นภาพที่สะเทือนใจมาก เพราะหลังจากเกิดแผ่นดินไหวได้ไม่กี่วินาที ตึกก็ถล่มลงมา ทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเขม่าควันคละคลุ้ง แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 604 คน และอีก 4,152 คนบาดเจ็บ

7. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ เมืองพอร์ท อู พริ้นซ์ ในเฮติ (12 มกราคม 2553)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกต่าง ๆ ในเฮติ แสดงให้เห็นวินาทีขณะตึกถล่มจากแรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 316,000 คน บาดเจ็บ 300,000 คน และอีกกว่าล้านชีวิตต้องไร้ที่อยู่อาศัย


8. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ (23 สิงหาคม 2553)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในอนุสาวรีย์วอชิงตัน ขณะที่นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเที่ยวชมก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างไม่คาดคิด นักท่องเที่ยวหนีตายกันโกลาหล แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

9. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ริกเตอร์ ในมณฑลยูนนานของจีน (25 มิถุนายน 2555)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกสำนักงาน แม้จะเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่ก็มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 รายเลยทีเดียว


10. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ เมืองไครส์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ (22 กุมภาพันธ์ 2554)

          ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณถนนแห่งหนึ่งในเมืองไครส์เชิร์ช แสดงให้เห็นวินาทีขณะแผ่นดินไหวซึ่งได้ทำให้ตึกอาคารพังถล่มลงมาทันที แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 185 คน และบาดเจ็บอีก 1,500-2,000 คน 

ขอบคุณ Kapook.com
READ MORE

' เอ๊ะ ! ทำไมต้องเรียกว่า " HOTDOG " กันนะ ?

Posted by dddasd On วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

' เอ๊ะ ! ทำไมต้องเรียกว่า " HOTDOG " กันนะ ?

ไส้กรอกที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดประเภทหนึ่งในเยอรมนี คิดค้นขึ้น โดยชาวเมือง
แฟรงเฟิร์ต ไส้กรอกนั้นจึงมีชื่อเรียกว่า แฟรงเฟอเตอร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า "แฟรงค์ "
มีขนาดหนา นุ่ม ใส่เ

ครื่องเทศและรมควันอย่างดีมีรูปร่างโค้งเล็กน้อย
คล้ายรูปร่างของสุนัขดัชชุนด์ จนบางคนเรียกไส้กรอกประเภทนี้ว่า "ไส้กรอกดัชชุนด์ "
เล่ากันว่าผู้คิดไส้กรอกประเภทนี้เลี้ยงสุนัขดัชชุนด์ไว้หนึ่งตัว จึงเกิดความคิคว่า
ไส้กรอกที่มีรูปร่างเหมือนสุนัขตัวโปรดนี้จะเป็นที่นิยมของตลาดด้วย :D

ในปี 1906 นักวาดการ์ตูนชื่อ โทมัส ดอร์แกน ได้แรงบันดาลใจจากรูปร่างที่โค้งงอคล้ายสุนัขดัชชุนค์ของไส้กรอก และจากเสียงพ่อค้า"เห่า" ตะโกนเรียกคนซื้อ
จึงได้วาดรูปสุนัขดัชชุนด์ราดด้วยมัสตาร์ดประกบด้วยขนมปัง
และเขียนบรรยายใต้รูปว่า “ซื้อหมาร้อน ๆ จ้า" (“Get your hot dogs! )

เล่ากันว่าดอร์แกนไม่สามารถสะกดคำว่า ดัชชุนด์ได้ถูกต้อง จึงใช้คำว่าหมา (dog)
แทน ปรากฏว่าคำว่า" ฮอตดอก" กลายเป็นคำที่ติดปากคนอเมริกันทั่วไป จนเลิกเรียกไส้กรอกด้วยคำอื่น ๆ และยังทำให้ชาวโลกคิดว่า" ฮอตดอก" เป็นอาหารที่คนอเมริกันคิดขึ้นมาอีกด้วย


ขอขอบคุณ : http://pbmath.exteen.com/
READ MORE

ไปดู 5 วิธี ลืมแฟนเก่า ได้อย่างไร?

Posted by dddasd On วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น
                                       

ไปดู 5 วิธี ลืมแฟนเก่า ได้อย่างไร?

1. นึกถึงเรื่องไม่ดี ที่เค้าเคยทำกับเราไว้ 
ทุกคนต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้น แต่ถ้าเราตัดสินใจเลิกกับเค้าไปแล้ว ก็แปลว่าข้อเสียของเค้านั้นเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อนึกถึงเค้า ก็ต้องข่มใจตัวเองและกลับมาทบทวนสิ่งต่างๆที่เค้าเคยทำกับเราไว้ และให้มองความเป็นจริงว่า คบกันต่อไปยังไงก็เลิกกันในอนาคตอยู่ดี เพื่อจะไม่ให้เกิดความอาวรณ์ต่อเค้ามากเกินไป

2. อย่าติดต่อกับเขาอีก
อย่ารับโทรศัพท์ และอย่าตอบกลับไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม เมื่อเรายังติดตามถามไถ่ สารทุกข์ สุขดิบ ของเค้าเราคงลืมเค้าไม่ได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นหักดิบ คิดซะว่าเราไม่เคยรู้จักกัน (โหดไปป่ะ)

3. หากิจกรรมที่มีประโยชน์ทำ
ชวนก๊วนเพื่อนไป เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง ผ่อนคลายสมองจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว แถมยังได้สุขภาพที่ดีกลับมาอีกด้วย

4. อย่านั่งมองฝนตก
การนั่งมองฟ้าฝนตกพรำๆ เหมือนกำลังถ่ายมิวสิกวีดีโออยู่ มันจะทำให้ยิ่งอยากร้องไห้เข้าไปใหญ่ แต่ร้องไห้แบบนี้ไม่มีคนมาเช็ดน้ำตาหรอกนะ เพราะคุณไม่ใช่พระเอกนางเอกแบบในเอมวีน่ะสิ อย่าหวังกับการนั่งมองฝนตกเลย ไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า

5. พยายามอย่าไปในที่ที่เคยไปด้วยกัน หนีให้ห่างเลยสถานที่เหล่านี้ เพราะความรู้สึกเดิมๆ ความรู้สึกดีๆ จะกลับมา เมื่อเราตั้งใจจะลืมก็ต้องหักใจ ( ยังเดินผ่านทู้กกวัน ที่ที่เราพบกัน..เมื่อก่อน โว้ เย )

ปล.
[แฟนเก่า] อย่าทิ้งเราไปนะ Smooth เธอลืมไปแล้วเหรอที่เธอบอกว่ารักฉันมากที่สุด 


READ MORE

มาทำความรู้จัก "รูทเบียร์"
ประวัติของรูทเบียร์แบ่งได้เป็นสองทฤษฎี 

1. รูทเบียร์ปรากฎในนิยายของเช็คสเปียร์หลายครั้ง ในลักษณะของเบียร์ แต่รสอ่อนและบางกว่า และมีแอลกอฮอล์น้อยกว่า ทำจากสมุนไพร และผลเบอร์รี่ บางคนก็เรียกมันว่า เบิร์ช เบียร์, ซาร์สปาริลล่า เบียร์ หรือจินเจอร์ เบียร์ และมันเป็นที่นิยมมากช่วงยุคทศวรรษที่ 18 ในหมู่ชาวไร่ชาวนา โดยเฉพาะในช่วงมีปาร์ตี้ หรือการพบปะสังสรรค์สมาคมกั

2. รูทเบียร์เกิดขึ้นโดยบังเอิญจากเภสัชกรคนหนึ่ง ที่กำลังคิดค้นสูตรในการผลิตยาที่ทำจากสมุนไพร เมื่อนำรากของเบอร์รี่มาผสมกับสมุนไพรหลายชนิดมาผสมกัน ก็กลายมาเป็นรูทเบียร์ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ สูตรของรูทเบียร์ในตอนแรกนั้น ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด ในตอนแรกรสชาติของมันค่อนข้างขม เพราะมาจากสมุนไพรล้วนๆ และเป็นน้ำที่ช่วยในเรื่องสุขภาพ แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับในตลาดนัก

ต่อมา ชาร์ลส์ ไฮเรส เภสัชกรอีกคนหนึ่งได้พบสมุนไพรจากน้ำชา เมื่อนำมาผสมกับรูทเบียร์เดิม และผลเบอร์รี่อีกหลายชนิด น้ำชนิดนี้เริ่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น ในปี 1893 ก็ได้มีการผลิตออกขาย และกลายเป็นรูทเบียร์ในเวลาต่อมา

สำหรับรูทเบียร์ในปัจจุบัน ไม่มีสูตรที่ตายตัว เพราะตั้งแต่เมื่อก่อนมันก็มีส่วนผสมมากอยู่แล้ว แต่ที่เราดื่มกันส่วนมากจะเกิดจากการผสมของรสชาติที่หลากหลาย น้ำตาล และก๊าซคาร์บอน ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก tn.essortment.com, dek-d.com


READ MORE

กฎหมายแปลกๆ แต่จริง อ่านแล้วขำๆ

Posted by dddasd On วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

กฎหมายแปลกๆ แต่จริง อ่านแล้วขำๆ

1. ห้ามเด็กปากเหม็นไปโรงเรียน!! (อเมริกา : รัฐเวสเวอจิเนีย)

2. ห้ามสอนเต้นในที่ที่ไม่ใช่ที่สาธารณะ (เกาหลีใต้)

3. เกมคอมพิวเตอร์เป็นเกมผิดกฎหมาย (กรีก)

4. ความเร็วสูงสุดในการขี่จักรยานคือ 110 กม.!! (อเมริกา : รัฐ Connecticut)

5. ที่อิหร่านใครเป็นเกย์ต้องถูกแขวนคอ

6.ในอังกฤษ ห้ามมิให้แท็กซี่ รับหมาบ้าและศพ ขึ้นรถ!

7. ในอินโดนิเซีย โทษสำหรับการสำเร็จความใคร่คือการตัดศรีษะ

8. ในสวิตเซอร์แลนด์ ห้าม ล้างรถในวันอาทิตย์! (เพื่ออะไรไม่รู้)

9. การกดชักโครกหลัง 4 ทุ่ม ในสวิตฯ ผิดกฎหมาย

10. ในสหราชอาณาจักรห้าม สร้างเตียงนอกหน้าต่าง!

11. ในอิตาลี ถ้าบุรุษใดคิดทะลึ่งนุ่งกระโปรง ผู้นั้นจะได้นอนมุ้งสายบัว!

12. ในอิสราเอล จะผิดกฎหมาย ถ้าพาหมีไปเดินตามชายหาด!

13. ในแคนาดา ห้ามแกะผ้าปิดแผลในที่สาธารณะ (สงสัยกลัวว่าคนอื่นจะกลัวบาดแผล)

14. ในบังกลาเทศ นักเรียนผู้ใดทุจริตในการสอบ มีสิทธิติดคุกได้

15. ฆ่าคน 62 คน แต่โดนโทษจำคุกแค่ 22 ปี (นอร์เวย์)
หมอชื่ออานฟิน เนเซ็ท ได้ฆาตกรรมคนชรา 62 คนโดยการฉีดยาพิษเข้าที่ผิวหนังด้วยเหตุผลที่ว่า “สนุก” “ต้องการให้ได้ตายสบายๆ” เพราะเป็นโรคทางจิต เนื่องจากประเทศนอร์เวย์ไม่มีโทษประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต จำคุก 22 ปีก็เป็นโทษสูงสุดที่ให้ได้ในตอนนั้น.. เมื่อปี 2004 อีตานี่ก็พ้นโทษ.. 

และตอนนี้ก็ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกอย่างมีความสุขแล้ว *-*

16. แค่ขโมยแตงโมลูกเดียวโดนโทษจำคุกตลอดชีวิต?? (จีน)
หมอนี่ขโมยแตงโมลูกเดียวจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากอีตาคนนี้ไม่มีไรกิน ก็ขโมยแตงโมในตลาดไปลูกนึง ปรากฎว่าคนอื่นเห็นก็พากันเอาอย่างไปหยิบมาบ้าง ปรากฎว่าแตงโมหายไป 25 ตัน ทางการให้เป็นความผิดของหมอนี่หมดเพราะถือว่าเป็นเพราะเริ่มขโมยคนแรก (ซวย...) เลยโดนจำคุกตลอดชีวิต

17. ใครไม่รับใบเสร็จโดนปรับสูงสุด 15,000 ยูโร (อิตาลี)
สำหรับประเทศอิตาลีแล้วจะมีภาษีตัวนึงที่คล้ายๆภาษีผู้บริโภค (IVA) ที่เก็บสูงถึง 20% ทำให้คนทำธุรกิจหลายรายหลีกเลี่ยงโดยการไม่ออกใบเสร็จให้.. เลยมีกฎหมายตัวนี้ขึ้นมา

ขอบคุณข้อมูลจาก www.comscience.net


READ MORE