ปริศนาภาพวาด ตำนานของโลก [โมนาลิซ่า] คือใครกันแน่ ??

Posted by dddasd On วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

โมนาลิซา(Mona Lisa) หรือ ลาโชกงด์ (La Gioconda, La Joconde) คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร วาดโดย เลโอนาร์โด ดา วินชี ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่าง ค.ศ.1503 ถึง ค.ศ.1507 เป็นภาพที่ทั่วโลกรู้จักกันดีภาพหนึ่ง ในฐานะสุภาพสตรีที่มี รอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครอ
งของรัฐบาลฝรั่งเศส และเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์(Mus&eacutee du Louvre) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส


กว่า 500 ปีมากแล้วกับคำถามที่ว่า โมนา ลิซ่า (Mona Lisa) นั้นเป็นใคร ซึ่งยังเป็นปริศนา และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและแน่นอน ว่าบุคคลในภาพคือใครกันแน่ ให้ผู้คนได้นึกคิด จินตนาการกันไปต่างๆ นานา ยาวนานถึง 5 ศตวรรษ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน คำถามที่ผู้คนสงสัย และได้ค้นคว้าหาคำตอบกันอย่างมากมาย ก็คือ โมนา ลิซ่า คือใคร? 



ตามคำบอกเล่าของ "จิออร์โอ วาซารี" (Giorgio Vasari) จิตรกร สถาปนิก และ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะในสมัยนั้น เขากล่าวไว้ว่า โมนา ลิซ่า ก็คือภรรยาของ ฟรานเชสโก เดล จิโอกอนโด ซึ่งเป็นพ่อค้าไหมที่มั่งคั่งแห่ง เมืองฟลอเรนซ์ ขณะที่ ดาวินซี่ เขียนภาพนี้ซึ่งได้ใช้เวลานานถึง 4 ปี เขาได้ไปว่าจ้าง นักร้อง นักดนตรี และตัวตลกมาให้ความบันเทิงแก่หญิงงามผู้เป็นแบบของ ภาพเขียน เพื่อให้เธอมีรอยยิ้มที่ปราศจากความเศร้าหมอง อย่างไรก็ตามจากคำ บรรยายของ วาซารี ก็เป็นเพียงข้อมูลจากผู้ที่ไม่เคยเห็นภาพเขียนนี้ของ ลีโอนาร์โด แต่อย่างใด 



จากหลักฐานอีกแหล่งหนึ่งจาก "อันโตนิโอ เดอ เบอาทิส" ผู้บันทึกปากคำของ ลีโอนาร์โดใน ค.ศ. 1517 ว่าผู้เป็นแบบในภาพคือสตรีชาว ฟลอเรนซ์ และ จูลีอาโน เดอ เมดิซี่ เป็นผู้ว่าจ้างให้เขียนภาพนี้ จากการที่ ไม่มีหลักฐานปรากฎที่แน่ชัด จึงทำให้มีการตั้งข้อสันนิษฐานกันไป ต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น บุคคลใน ภาพอาจเป็น คอนสตันซ่า คาวารอส หรืออาจจะเป็น อิสซาเบลลา เดสเต ผู้อื้อฉาว หรืออาจเป็นภรรยาลับของ จูลีอาโน เดอ เมดิซี่ ทั้งนี้ ก็เพราะได้ปรากฎว่ามี โมนา ลิซ่า (เปลือย) หลายภาพในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็น ที่โด่งดังมากกับภาพเปลือยของสาวผู้นี้ 



นอกจากนี้จากการที่ลีโอนาร์โดเองมีชื่อที่ถูกกล่าวขานกันว่าเขาเป็นพวก รักร่วมเพศ จึงเกิดการสันนิษฐานว่า โมนา ลิซ่า ไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นภาพเหมือนจำแลง เพศของเด็กหนุ่มรูปงามคนใดคนหนึ่ง ซึ่งศิลปินมักเลี้ยงไว้ติดสอยห้อยตามในสตูดิโอ บ้างก็มีการนำภาพเหมือนของ ลีโอนาร์โดมามาเปรียบเทียบกับภาพของ โมนา ลิซ่า แล้วก็สรุปเอาดื้อๆ ว่าภาพเขียนอันลือชื่อนี้แท้ที่จริงคือ ภาพของ ลีโอนาร์โด ดาวิน ซี่เอง แต่งตัวเป็นสตรีเพศ 



ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่สนับสนุนทฤษีนี้ยังกล่าวเสริม ต่อไปว่า ลายปักขดเชือกที่รอบคอเสื้อของ โมนา ลิซ่า คือลายเซ็นลับของ ดาวินซี่เอง เพราะในภาษาอิตาเลี่ยนคำว่า "ขดเชือก" จะตรงกับคำว่า "วินชีเร่" (Vincire) 



แม้ ว่าบุคคลในภาพ โมนา ลิซ่า ยังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ครอบครองภาพนี้ยังพอมีข้อมูลอยู่บ้าง...



ผู้ครอบครองภาพ โมนา ลิซ่า คนแรก



ก็คือกษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งโปรดให้นำภาพไปประดับที่ห้องสรงในพระ ราชวัง ฟองแตนโบล แต่เมื่อจักรพรรดินโปเลียนขึ้นครองราชย์ ภาพโมนา ลิซ่า จึงถูกย้ายมาพำนักในห้องพระบรรทม และมีชื่อเรียกอย่าง สนิทสนมว่า "มาดาม ลิซ่า" 



ขอบคุณข้อมูลจาก www.teenee.com


READ MORE

รวมมิตร สัตว์ใหญ่ ยักษ์ มีใหญ่จริงๆ ไปดู
วันนี้จะพาไปดูสิ่งที่เรียกว่า "ใหญ่" ที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่คิดว่ามันจะมีขนาดใหญ่โตขนาดนี้ไปชมกันครับ
-->
         

READ MORE

Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก

Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก แห่งนี้ สูงกว่า น้ำตก Niagara ถึง 15 เท่า ด้วยความสูง 979 เมตร ชื่อของน้ำตกนั้นมาจากชื่อของนักสำรวจชาวอเมริกา Jimmy Angel ซึ่งเป็นผู้ค้นพบ น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก เป็นคนแรก ในปี 1933
angel falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก ได้โดยทางเรือและเครื่องบินเท่านั้น
ข้อมูล : news.cheapflighthouse.co.uk เรียบเรียง : travel.mthai.com


READ MORE



ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกบ่อยขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน หลายครั้งมันก็รุนแรงจนคร่าชีวิตผู้คนไปนับร้อยนับพัน และหลายครั้ง เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก็สร้างความสะพรึงกลัวให้กับผู้คนทั่วโลก เพราะหลังจากเกิดเหตุ ก็มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์เปิดเผยออกมาให้ได้เห็นมากมาย แต่ละคลิปแสดงให้เห็นวินาทีขณะแผ่นดินไหว และภาพการหนีตายอย่างโกลาหล

          ล่าสุด เว็บไซต์เอิร์ธเควกรีพอร์ต ได้รวบรวมเอา 10 คลิปบันทึกเหตุแผ่นดินไหวที่มีระดับการสั่นสะเทือนรุนแรงที่สุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมามาให้ชมกัน เพื่อให้ได้เห็นถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งจะสั่นสะเทือนมากน้อยต่างกันอย่างไรนั้น ลองไปชมกันดูจ้า

1. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ ในญี่ปุ่น (11 มีนาคม 2554)


         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากถนนโอวากิ เมืองฟูกุชิมะ ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวค่อนข้างมาก

2. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ ในชิลี (27 กุมภาพันธ์ 2553)


         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล่องวิดีโอวงจรปิดในชิลี ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 525 รายเลยทีเดียว


3. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนของจีน (12 พฤษภาคม 2551)


         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณนอกตึกแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้คนกำลังวิ่งไปบนถนน แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายรุนแรงมาก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 69,195 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 374,643 คน


4. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์ ในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน (8 ตุลาคม 2551)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบนตึกสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 105 กิโลเมตร ในช่วงที่ผู้คนในตึกกำลังหนีออกมาจากตึกอย่างชุลมุน เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไป 79,000 คน และอีก 106,000 คน บาดเจ็บ


5. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ เมืองเอล เซนโทร รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ (4 เมษายน 2553)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 65 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าเหตุแผ่นดินไหวได้สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง เพดานตกลงมา ก่อนที่กล้องวิดีโอจะตกลงมาเช่นกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บราว 100 คน




6. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ เมืองวานของตุรกี (23 ตุลาคม 2554)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบนถนนในเมืองแวน เป็นภาพที่สะเทือนใจมาก เพราะหลังจากเกิดแผ่นดินไหวได้ไม่กี่วินาที ตึกก็ถล่มลงมา ทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเขม่าควันคละคลุ้ง แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 604 คน และอีก 4,152 คนบาดเจ็บ

7. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ เมืองพอร์ท อู พริ้นซ์ ในเฮติ (12 มกราคม 2553)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกต่าง ๆ ในเฮติ แสดงให้เห็นวินาทีขณะตึกถล่มจากแรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 316,000 คน บาดเจ็บ 300,000 คน และอีกกว่าล้านชีวิตต้องไร้ที่อยู่อาศัย


8. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ (23 สิงหาคม 2553)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในอนุสาวรีย์วอชิงตัน ขณะที่นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเที่ยวชมก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างไม่คาดคิด นักท่องเที่ยวหนีตายกันโกลาหล แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

9. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ริกเตอร์ ในมณฑลยูนนานของจีน (25 มิถุนายน 2555)

         ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกสำนักงาน แม้จะเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่ก็มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 รายเลยทีเดียว


10. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ เมืองไครส์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ (22 กุมภาพันธ์ 2554)

          ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณถนนแห่งหนึ่งในเมืองไครส์เชิร์ช แสดงให้เห็นวินาทีขณะแผ่นดินไหวซึ่งได้ทำให้ตึกอาคารพังถล่มลงมาทันที แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 185 คน และบาดเจ็บอีก 1,500-2,000 คน 

ขอบคุณ Kapook.com
READ MORE

คลิปฮาๆ ขนแรงไปหน่อย รถถังหงายท้อง

Posted by dddasd On วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น
คลิปฮาๆ ขนแรงไปหน่อย รถถังหงายท้อ


ขอบคุณ Youtube.com
READ MORE

แหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียง...ที่สุดในโลก
จาไมกา เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก บลูเมาน์เทน ซึ่งปลูกบนยอดเขาสูง ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกส่งไป สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ยี่ห้อที
่มีชื่อเสียงคือ ไฮเมาน์เทนซูพรีม (Hign Mountain Supreme) และ ไพรม์วอชท์จาไมกัน (Prime Washed Jamaican)

บราซิล ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของโลก ยี่ห้อมีชื่อคือ บราซิเลียน ซานโตส (Brazillian Santos)

โคลัมเบีย ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก กาแฟที่มีชื่อคือ ซูรีโม (Suremo)

ฮาวาย กาแฟขึ้นชื่อคือ โคน่า (Kona)

อินโดนีเซีย ชวา วิธีการเฉพาะของที่นี่คือ การบ่มในโกดังพิเศษเพื่อให้เมล็ดกาแฟเปลี่ยนสี และมีรสชาติที่ดี สุมาตรา ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า กาแฟแมนเฮลิงและอันโกลาของชวา มีรสชาติดีกว่าบลูเมาน์เทนและโคน่าเสียอีก

อินเดีย มีกาแฟรสชาติเฉพาะตัว ชื่อมอนซูน มาลาบาร์ (Monsooned Malabar)

เอธิโอเปีย ประชากร 1 ใน 4 ของประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟที่นี่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากมีกาแฟป่าปะปนอยู่ แต่นี่ก็เป็นสาเหตุให้รสชาติมีความไม่แน่นอนสูงด้วยเช่นกัน กาแฟที่มีชื่อเสียงคือ ฮารา ลองเบอรี่ (Harrar Longberry), ซีดาโม (Sidamo), และคาฟฟา (Kaffa)

เคนยา พิถีพิถันเรื่องคุณภาพมาก กาแฟที่มีคุณภาพที่สุดคือ เคนยา AA (Kenya AA)

เวียดนาม ส่งออกกาแฟได้เป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับประเทศไทยปลูกกาแฟโรบัสต้า ร้อยละ 98 โดยมากปลูกทางภาคใต้เช่น กระบี่ และชุมพร อีกประมาณร้อยละ 2 เป็นกาแฟอราบิก้าซึ่งปลูกมากตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือ กาแฟที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ กาแฟดอยช้าง ซึ่งปลูกบนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นกาแฟได้จากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล และรสชาติดีเทียบเคียงกับกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก anatomy.dent.chula.ac.th
READ MORE

' เอ๊ะ ! ทำไมต้องเรียกว่า " HOTDOG " กันนะ ?

ไส้กรอกที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดประเภทหนึ่งในเยอรมนี คิดค้นขึ้น โดยชาวเมือง
แฟรงเฟิร์ต ไส้กรอกนั้นจึงมีชื่อเรียกว่า แฟรงเฟอเตอร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า "แฟรงค์ "
มีขนาดหนา นุ่ม ใส่เ

ครื่องเทศและรมควันอย่างดีมีรูปร่างโค้งเล็กน้อย
คล้ายรูปร่างของสุนัขดัชชุนด์ จนบางคนเรียกไส้กรอกประเภทนี้ว่า "ไส้กรอกดัชชุนด์ "
เล่ากันว่าผู้คิดไส้กรอกประเภทนี้เลี้ยงสุนัขดัชชุนด์ไว้หนึ่งตัว จึงเกิดความคิคว่า
ไส้กรอกที่มีรูปร่างเหมือนสุนัขตัวโปรดนี้จะเป็นที่นิยมของตลาดด้วย :D

ในปี 1906 นักวาดการ์ตูนชื่อ โทมัส ดอร์แกน ได้แรงบันดาลใจจากรูปร่างที่โค้งงอคล้ายสุนัขดัชชุนค์ของไส้กรอก และจากเสียงพ่อค้า"เห่า" ตะโกนเรียกคนซื้อ
จึงได้วาดรูปสุนัขดัชชุนด์ราดด้วยมัสตาร์ดประกบด้วยขนมปัง
และเขียนบรรยายใต้รูปว่า “ซื้อหมาร้อน ๆ จ้า" (“Get your hot dogs! )

เล่ากันว่าดอร์แกนไม่สามารถสะกดคำว่า ดัชชุนด์ได้ถูกต้อง จึงใช้คำว่าหมา (dog)
แทน ปรากฏว่าคำว่า" ฮอตดอก" กลายเป็นคำที่ติดปากคนอเมริกันทั่วไป จนเลิกเรียกไส้กรอกด้วยคำอื่น ๆ และยังทำให้ชาวโลกคิดว่า" ฮอตดอก" เป็นอาหารที่คนอเมริกันคิดขึ้นมาอีกด้วย


ขอขอบคุณ : http://pbmath.exteen.com/
READ MORE

เผย! 10 อันดับ ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

Posted by dddasd On วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

เผย! 10 อันดับ ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก

อันดับ 10. Ethiopia
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
10 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
ประเทศ เอธิโอเปีย อยู่ในอันดับที่ 170 จาก 177 ของดัชนีประเทศยากจน ครึ่งหนึ่งของผลผลิตมวลรวมขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร เนื่องจากขาดแคลนเทคโนโลยี ใช้วิธีเพาะปลูกที่ล้าสมัย จึงทำให้ผลผลิตในภาคการเกษตรต่ำลงและผลมาจากสภาพอากาศไม่อำนวย 50% ของประชากรจำนวน 74.7 ล้านคน มีฐานะยากจน อีก 80% มีชีวิตรอดด้วยการขอรับบริจาคอาหาร ผู้ชายเพียง 47 % และผู้หญิง 31 % ที่สามารถอ่านออกเขียนได้ ประชากรบางส่วนของ เอธิโอเปีย มีความเสี่ยงต่อ ตับอักเสบ A, ตับอักเสบ E, ไข้ไทรอยด์, มาลาเรีย, โรคพิษสุนัขบ้า, เยื่อหุ้มสมองอักเสบม และ schistosomiasis
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 9. Niger
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ

ไนเจอร์ หนึ่งใน ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก มีประชากร 12.5 ล้านคน ฝน คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนอาหาร 63% ของประชากร อาศัยอยู่ด้วยเงินจำนวนต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน ผู้ใหญ่สามารถอ่านออกเขียนได้เพียง 15% ผู้คนส่วนมากเสียชีวิตจาก ตับอักเสบ A, ท้องร่วง, มาลาเรีย, ไข้สมองอักเสบ, และไข้ไทรอยด์
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 8. Central African Republic
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
สาธารณรัฐอัฟริกากลาง อยู่ในลำดับที่ 171 ของประเทศยากจน เกษตรกรรมคืออาชีพหลักที่พยุงเศรษฐกิจ ประชากรมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 7. Guinea-Bissau
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
ประเทศ กีนี บิสเซา ชื่ออาจไม่คุ้น แต่รู้ไว้ว่าพี่เค้ายากจนอันดับที่ 172 อาชีพสำคัญคือการทำไร่และประมง รายได้ของประชากรไม่เท่ากัน ต่างกันไปตามแต่ละภาคของประเทศ ประมาณ 10% ของผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคเอดส์
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 6. Union of the Comoros
รายได้ต่อหัวต่อ ปี 600 เหรียญสหรัฐ
สหภาพโคโมโรส ประชากรส่วนใหญ่ไม่มีงานทำ จึงส่งผลให้ภาพรวมของเศรษฐกิจย่ำแย่ และด้วยความหนาแน่นของประชากร 1,000 คนต่อตารางกิโลเมตร เป็นผลให้สภาพแวดล้อมวิกฤต กระทบต่อการเกษตร ประมาณ 40% มีระดับการศึกษาต่ำ ทำให้ขาดแคลนแรงงานที่มีศักยภาพ สรุปความเป็นอยู่ของผู้คนขึ้นอยู่กับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ!
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 5. Republic of Somalia
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
ภาคการเกษตรคือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ แห่ง สาธารณรัฐโซมาเลีย ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแอฟริกา ประชากรส่วนใหญ่เร่ร่อน อยู่ไม่เป็นที่ อาชีพหลัก คือ การทำปศุสัตว์ อุตสาหกรรมทางการเกษตรให้ผลผลิตมวลรวมเพียง 10% ของทั้งหมด
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 4. The Solomon Islands
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
หมู่เกาะโซโลมอน เป็นประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการประมงเป็นหลัก กว่า 75% ของแรงงานประกอบอาชีพประมง ไม้คืออุตสาหกรรมหลักมาจนถึง ค.ศ. 1998 กระทั่งน้ำมันปาล์กับมะพร้าว กลายเป็นสินค้าส่งออก หมู่เกาะโซโลมอล มีแร่ธาตุมากมาย เช่น สังกะสี ตะกั่ว ทองคำ และนิกเกิล
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 3. Republic of Zimbabwe
รายได้ต่อหัวต่อปี 500 เหรียญสหรัฐ
อีกหนึ่งที่ยกให้เป็น ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก สาธารณรัฐซิมบัพเว ตั้งอยู่ระหว่าง แม่น้ำ Limpopo และ Zabezi ในแอฟริกาใต้ เศรษฐกิจหยุดชะงักเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ บวกกับขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงการที่ ซิมบัพเว ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทรุดตัวของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ทำให้อัตราการตกงานของประชากรสูงถึง 80%
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 2. Republic of Liberia
รายได้ต่อหัวต่อปี 500 เหรียญสหรัฐ
สาธารณรัฐไลบีเรีย อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแอฟริกา 1 ใน 10 ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก เหตุเพราะการส่งออกพืชผลที่ลดลง นักลงทุนหดหาย ขโมยชุม คนรุมแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรเพชรอย่างไม่ยุติธรรม และการค้ากำไรเกินควรในช่วงสงครามกลางเมือง ค.ศ. 1990 ทำให้เศรษฐกิจของ ไลบีเรีย ทรุดตัว ส่งผลให้การกู้เงินจากต่างประเทศมีมากกว่าผลผลิตมวลรวม
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก อันดับ 1. Republic of the Congo
 รายได้ต่อหัวต่อปี 300 เหรียญสหรัฐ
มาถึง ประเทศที่ยากจนที่สุดของโลก กับ สาธารณรัฐคองโก ประเทศแถบแอฟริกากลาง ที่อดอยากยากแค้น เพราะการเสื่อมค่าของเงินฟรังค์ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มระดับสูง ใน ปี ค.ศ. 1994 ความวุ่นวายจากสงครามกลางเมือง และราคาน้ำมันที่ตกต่ำใน ปี ค.ศ. 1998 ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศย่อยยับ
ข้อมูล : www.hottnez.com เรียบเรียง : travel.mthai.com
READ MORE
                                       

ไปดู 5 วิธี ลืมแฟนเก่า ได้อย่างไร?

1. นึกถึงเรื่องไม่ดี ที่เค้าเคยทำกับเราไว้ 
ทุกคนต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้น แต่ถ้าเราตัดสินใจเลิกกับเค้าไปแล้ว ก็แปลว่าข้อเสียของเค้านั้นเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อนึกถึงเค้า ก็ต้องข่มใจตัวเองและกลับมาทบทวนสิ่งต่างๆที่เค้าเคยทำกับเราไว้ และให้มองความเป็นจริงว่า คบกันต่อไปยังไงก็เลิกกันในอนาคตอยู่ดี เพื่อจะไม่ให้เกิดความอาวรณ์ต่อเค้ามากเกินไป

2. อย่าติดต่อกับเขาอีก
อย่ารับโทรศัพท์ และอย่าตอบกลับไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม เมื่อเรายังติดตามถามไถ่ สารทุกข์ สุขดิบ ของเค้าเราคงลืมเค้าไม่ได้แน่ๆ เพราะฉะนั้นหักดิบ คิดซะว่าเราไม่เคยรู้จักกัน (โหดไปป่ะ)

3. หากิจกรรมที่มีประโยชน์ทำ
ชวนก๊วนเพื่อนไป เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง ผ่อนคลายสมองจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว แถมยังได้สุขภาพที่ดีกลับมาอีกด้วย

4. อย่านั่งมองฝนตก
การนั่งมองฟ้าฝนตกพรำๆ เหมือนกำลังถ่ายมิวสิกวีดีโออยู่ มันจะทำให้ยิ่งอยากร้องไห้เข้าไปใหญ่ แต่ร้องไห้แบบนี้ไม่มีคนมาเช็ดน้ำตาหรอกนะ เพราะคุณไม่ใช่พระเอกนางเอกแบบในเอมวีน่ะสิ อย่าหวังกับการนั่งมองฝนตกเลย ไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า

5. พยายามอย่าไปในที่ที่เคยไปด้วยกัน หนีให้ห่างเลยสถานที่เหล่านี้ เพราะความรู้สึกเดิมๆ ความรู้สึกดีๆ จะกลับมา เมื่อเราตั้งใจจะลืมก็ต้องหักใจ ( ยังเดินผ่านทู้กกวัน ที่ที่เราพบกัน..เมื่อก่อน โว้ เย )

ปล.
[แฟนเก่า] อย่าทิ้งเราไปนะ Smooth เธอลืมไปแล้วเหรอที่เธอบอกว่ารักฉันมากที่สุด 


READ MORE