10 อันดับกิจกรรมที่สุดในโลก (มีไทยด้วย)

Posted by dddasd On วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

10 อันดับกิจกรรมที่สุดในโลก (มีไทยด้วย)
หลายๆคนอาจจะเคยทำกิจกรรมต่างๆนาๆ แต่ยังไม่รู้ว่ากิจกรรมที่เขานิยมกัน มีอะไร วันนี้เคยสรุปเอามาให้ฟัง ครับไปดูกันได้เลย
ที่สุดในโลก
10.ว่ายน้ำกับปลาโลมาแสนรู้ ณ เมืองไคคูรา ประเทศนิวซีแลนด์
พูดถึงปลาโลมา แทบทุกคนคงจะนึกถึงความฉลาดและร่าเริงของมัน แต่กลับหาโอกาสที่สัมผัสใกล้ชิดยากมาก แต่ที่เมืองไคคูราซึ่งเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของนิ วซีแลนด์มีทัวร์ที่จะพานักท่องเที่ยวไปว่ายน้ำใกล้ชิ ดกลับปลาโลมาท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อให้ได้สัมผัสความขี้เล่นและน่าเอ็นดูของเหล่าปล าโลมา ราคาค่าทัวร์ ทัวร์ว่ายน้ำพร้อมกับปลาโลมา – ผู้ใหญ่ 165 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ – เด็ก 150 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ทัวร์ชมปลาโลมา – ผู้ใหญ่ 80 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ – เด็ก 40 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
ที่สุดในโลก
9.EDGE OF SPACE ณ เมืองมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย
เช็คร่างกายให้พร้อมแล้วบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่คว ามสูง 25 กิโลเมตร ลัดเลาะขอบอวกาศพร้อมกับเครื่องบินเจ๊ทที่ความสูง 25 กิโลเมตรพร้อมกับนักบินผู้ชำนาญ ท้องฟ้าทั้งหมดจะกลายเป็นสีดำแห่งความมืดที่ช่วยเพิ่ มความน่าตื่นเต้นให้แก่ชีวิต ราคาแห่งความหวาดเสียวนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของยานพาห นะ แพงสุดอยู่ที่ 900 USD ต่อเวลาครึ่งชั่วโมง
ที่สุดในโลก
8.ว่ายน้ำใกล้ชิดกับปลาฉลาม ณ เกาะไดเออร์ ประเทศแอฟริกาใต้
หากการใกล้ชิดกับปลาโลมายังไม่ถึงใจ ขอแนะนำ “ปลาฉลามขาว” ที่นักท่องเที่ยวจะได้ดำน้ำลงไปในกรงเหล็กที่ภายนอกก รงล้อมรอบไปโดยฝูงปลาฉลามขาวที่กำลังหิวโหย (อึ๋ยยย) แม้จะมีกรงเหล็กเป็นกำบัง แต่แรงชาร์ทของปลาฉลามอาจเข้ากระแทกจนทำให้กรงเหล็กส ั่นสะเทือนจนใจหายว้าบได้(ระวังเป็นลมในน้ำ – -”) ซึ่งช่วงเวลาในรอบปีที่สามารถใกล้ชิดกับฝูงฉลามขาวได ้ มีเพียงช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคมเท่านั้น
ที่สุดในโลก
7.ปีนสะพานเหนืออ่าวซิดนีย์ ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
เวลา 3 ชั่วโมงกับการปีนบนสะพานเหนืออ่าวซิดนีย์ที่ถือว่าเป ็นสะพานเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก กับความสูง 134 เมตรเหนืออ่าวซิดนีย์ พร้อมกับทัศนียภาพที่สวยงามโดยเฉพาะโอเปราเฮาส์และตั วเมืองซิดนียร์ เป็นความหวาดเสียวแต่สวยงามถึงใจอีกรูปแบบที่ท้าทายผ ู้คนมากมายจากทั่วโลก ราคาสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 220 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และสำหรับเด็กอยู่ที่ 140 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
ที่สุดในโลก
6.วิ่งสู้ฟัดกับวัวกระทิง ณ เมืองปามโปลนา ประเทศสเปน
ประเพณีการวิ่งแข่งและต่อสู้กับวัวกระทิงบนถนนแคบๆ กลายเป็นเสน่ห์ของเมืองปามโปลนา ซึ่งกลายเป็นประเพณีที่จัดต่อกันมายาวนานทุกวันที่ 7-14 ก.ค.ของปี โดยเริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้า หากใครสนใจอยากลงสนามนี้ต้องรีบไปลงทะเบียนก่อน 7 โมงครึ่ง เพราะถึงแม้จะดูหวาดเสียวท้าทายชีวิต แต่ก็มีผู้คนพร้อมจะเสี่ยงตายจำนวนไม่น้อย !!!
ที่สุดในโลก
5.ล่องเรือแคนูในแม่น้ำซัมเบซี ระหว่างประเทศแซมเบียและซิมบับเว
หากการเล่นล่องแก่งมันธรรมดาไป ขอแนะนำการล่องเรือแคนูฝ่ากระแสน้ำเชี่ยว(มาก) ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสัมผัสธรรมชาติที่ ยังไม่ถูกทำลายในทวีปแอฟริกานี้คือตั้งแต่เดือนก.ค.-ธ.ค. ของทุกปี นักท่องเที่ยวสามารถเหมาเรือแคนูได้ทั้งวัน หากขึ้นที่ฝั่งประเทศแซมเบียราคาจะอยู่ที่ 130 USD แต่ถ้าเป็นฝรั่งซิมบับแวจะถูกลงมาหน่อยอยู่ที่ 110 USD ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเก่ง ก็สามารถสัมผัสความเร้าใจท่ามกลางกระแสน้ำนี้ได้ไม่ยาก
ที่สุดในโลก
4.พาราชูต (กระโดดเรือลากร่ม) ณ เมืองอคาปูลโก ประเทศเม็กซิโก
ต้นกำเนิดของพาราชูตเกิดขึ้นที่เมืองนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่การเล่นพาราชูตในเมืองนี้จะเป็นสิ ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกผู้ที่รักท ะเลและความสูง ที่จะทำให้ได้มองเห็นวิวของเมืองอคาปูลโก เขา เกาะ อ่าว ได้อย่างชัดเจนทุกมุมมอง เปิดให้เล่นได้ตลอดทั้งปียกเว้นช่วงวันหยุดในฤดูใบไม ้ผลิ
ที่สุดในโลก
3.ปีนหน้าผาหิน ณ อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
อุทยานแห่งชาติโยเซมิตีเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่อัน ดับ 3 ของอเมริกา จึงไม่น่าแปลกใจที่ภายในจะมีความหวาดเสียวซ่อนอยู่จน ถึงกับติดอันดับ 3 ของ 10 กิจกรรมที่หวาดเสียวที่สุดในโลก นั่นคือการปีนหน้าผาหินที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายมา กสำหรับนักปีนหน้าผา เพราะหน้าผานี้มีหินก้อนที่ใหญ่ยักษ์ แถมแต่ละก้อนยังอยู่ห่างกัน เพิ่มความยากเข้าไปอีกเท่าตัว ต้องใช้ความชำนาญในการปีนอย่างมาก เพราะหนึ่งก้าวที่พลาดสะดุดนั่นหมายถึงชีวิต !!

2.การโดยสารมอเตอร์ไซค์ ตุ๊กตุ๊ก และรถแทกซี่ ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ตามถนนหนทางลองมองหาพี่วิน(มอเตอร์ไซค์)ที่สวมเสื้อก สีส้ม แล้วเขาผู้นั้นจะเป็นพาคุณไปซอกแซกตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ รวมถึงถนนใหญ่ที่แม้รถจะติดแค่ไหน แต่เขาก็สามารถเลี้ยวลัดเลาะได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าจ ะไปถึงที่หมายช้า นอกจากนี้ยังมีรถตุ๊กตุ๊กที่วันดีคืนดีคนขับเกิดอยาก ซิ่งจนยกล้อหน้า เล่นเอาใจตุ้มๆ ต่อมๆ และรถแทกซี่ที่ขับเร็วไม่น้อยหน้ารถมอเตอร์ไซค์และรถ ตุ๊กตุ๊กอีกด้วย
ที่สุดในโลก
1.”บิ๊กช็อต” ณ โรงแรม Stratosphere Las Vegas ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่หอคอยสูง 49 เมตรของโรงแรมมีเครื่องเล่นบิ๊กช็อตที่ได้ชื่อว่าหวา ดเสียวที่สุดในโลก โดยเครื่องเล่นนี้สามารถเล่นได้รอบละ 16 คน บิ๊กช็อตที่มีความเร็ว 45 ไมล์ต่อชั่วโมงจะพาผู้เล่นทิ้งดิ่งจากยอดหอคอยลงมายั งพื้นดินด้วยความเร็วเพียง 2 วินาที !! (ลองนึกภาพตาม) สำรวจหัวใจของตัวเองให้ดีว่าไม่มีโรคแทรกซ้อน เพราะความหวาดเสียวนี้คือที่ 1 ในโลกที่อาจทำให้หัวใจคุณหยุดเต้นได้ !
เป็นยังไงละน่าไปลองมั้ย ที่สุดในโลกไปเลย งานนี้บางอย่างไม่เอาด้วยดีกว่าเดี๋ยวหัวใจวายกันพอดี แล้วกลับมาพบกับเรื่องราวที่สุดในโลกกันได้ใหม่ในบทความหน้าน่ะค่ะ ขอบคุณคะ
ขอบคุณที่มา http://www.dvdgameonline.com
READ MORE

หนังสือ ที่ แพงที่สุดในโลก

The Codex Leicester เป็น หนังสือ ที่ แพงที่สุดในโลก ที่มีการซื้อขายกันในปัจจุบัน The Codex Leicester เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี

หนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 72 หน้า เขียนด้วยรายมือของลีโอนาร์โด ดาวินชี ด้วยตัวหนังสือแบบเงาสะท้อนในกระจก ด้วยภาษาอิตาลี และรูปสเกตส์ ประกอบมากมาย

ปี 1994 หนังสือเล่มนี้ได้ถูกประมูลไปด้วยราคา 30.8 ล้านดอนล่าร์สหรัฐ โดยอภิมหาเศรษฐี ผู้ใจบุญนามว่า Bill Gates

ซึ่งทำให้มันเป็น หนังสือ ที่ แพงที่สุดในโลก และเขาก็อนุญาตให้มีการนำ The Codex Leicester ออกไปจัดแสดงในเมืองต่างๆ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
wowboom.blogspot.com

READ MORE

ที่มาของ แก๊งสามช่า !!!!!

แก๊งสามช่า คือกลุ่มกลุ่มหนึ่งในวงการตลกของไทย ประกอบด้วย หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง และโหน่ง ชะชะช่า รวมสามคนจึงเรียกว่า "แก๊งสามช่า" เป็นตลกประจำรายการเกมโชว์ ชิงร้อยชิงล้าน และเป็นไอดอลสำคัญของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)

แก๊งสามช่าแต่ละคน จะมีบุคลิกลักษณะแตกต่างออกกันไป เพื่อให้เข้าถึงฐานคนดูในทุกเพศทุกวัย ซึ่งทุกๆ สัปดาห์จะมีการประชุมกันหนึ่งครั้งเป็นอย่

างน้อย เพื่อวางมุขตลก วางพลอตเรื่องในการนำเสนอการแสดง

การรวมตัวของแก๊งสามช่า เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นการออกอากาศครั้งแรกของรายการ ชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Chaด้วย สำหรับการรวมตัวของแก๊งสามช่านี้เป็นแนวความคิดของ พาณิชย์ สดสี ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) ฝ่ายผลิต ที่ว่า "รายการบันเทิงดี ต้องมีทีมตลกเก่ง" ซึ่งก่อนหน้านั้นทางเวิร์คพอยท์ได้นำ หม่ำ จ๊กมก มาเป็นนักแสดงตลกประจำรายการชิงร้อยชิงล้านมาก่อนถึง 7-8 ปี และได้สร้างความนิยมให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก จนกระทั่งปัจจุบันทั้ง 3 คน กลายเป็นตลกซูปเปอร์สตาร์ ขวัญใจคนไทยทั้งประเทศไปแล้ว...





ขอบคุณข้อมูลจาก www.th.wikipedia.org
READ MORE

มาชู ปิกชู

Posted by dddasd On 0 ความคิดเห็น

มาชู ปิกชู 

เป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงวิถีชีวิตในส่วนที่ห่างไกลของอาณาจักรอินคา ซึ่งยากแก่การพิสูจน์ว่า ในสิ่งเหล่านี้ อาทิ เพราะเหตุใดสถานที่นี้จึงยังคงสภาพดีโดยไม่ถูกรุกรานจากนักล่าอาณานิคมชาว สเปน มาชู ปิกชู คือป้อมปราการหินขนาดมหึมาบนยอดเขาของชาว อินคา ที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน

ซากปรักหักพังของป้อมปราการ มาชู ปิกชู ที่หลงเหลืออยู่ เต็มไปด้วยร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงเทคนิควิยาการก่อสร้างขั้

นสูง
ป้อมปราการมีพื้นที่บริเวณสันเขายาว 2.5 ตารางกิโลเมตร
ป้อมปราการของจักรวรรดิลึกลับนี้ หลังจากถูกทิ้งให้ร้างจนเหมือนจะสาปสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งในปี พ.ศ.2454 โดย.ไฮแรม บิงแฮม Hiram Bingham นักโบราณคดีแห่ง มหาวิทยาลัย เยล ในสังกัดประเทศ

สหรัฐอเมริกาเมื่อครั้งเดินทางไปเยือน เปรู เพื่อค้นหาเมือง .บิลกามบา ที่สูญหายของอาณาจักรอิงกา ระหว่างการค้นหา บิงแฮม ได้ยินเรื่องราวชาวนาผู้เล่าถึง มาชู ปิกชู อันเป็นซากปรักหักพังประจำท้องถิ่น ส่งผลให้เขาสามารถพบซากกำแพงหินแกรนิตสีขาวอันงดงาม รวมถึงซากชิ้นส่วนของสถาปัตยกรรมอีกมากมาย ที่น่าประหลาดใจคือ สถานที่แห่งนี้ไม่ถูกทำลายจากนักล่าอาณานิคมชาวสเปนแต่อย่างใด

ที่มา topicstock.pantip.com
READ MORE

คุกลับของ CIA ในประเทศไทย มีจริงหรือ ????

Posted by dddasd On วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

คุกลับของ CIA ในประเทศไทย มีจริงหรือ ????

คุกลับ หรือ แบล็กไซต์ (Black Sites) ของ CIA (สำนักงานข่าวกรองของสหรัฐ) ในประเทศไทย ซึ่งข่าวเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ได้เคยตีพิมพ์ข่าว ในปี 2548 ว่า CIA ได้กักขังผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ไว้ใน “คุกลับ” ซึ่งถูกสร้างขึ้นในต่างประเทศ เช่น อัฟกานิสถาน หลายประเทศในยุโรปตะวันออก รวมถึงประเทศไทยด้วย
“คุกลับ” เหล่านี้ ใ
ช้กักขังเพื่อสอบสวน เหล่าผู้ก่อการร้ายเครือข่ายอัลเคดา ที่ถูก CIA อุ้ม และจับตัวได้ในหลายประเทศทั่วโลก เพราะกฎหมายสหรัฐ ห้ามไม่ให้จับกุม คุมขังผู้ต้องสงสัย โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม และจำเลยมีสิทธิตั้งทนายเพื่อสู้คดี แต่ผู้นำสหรัฐในขณะนั้น คือ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ลงนามคำสั่งให้อำนาจ CIA ใช้ทุกวิธีการเพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหว และแผนการก่อวินาศกรรม รวมถึงมีอำนาจอย่างเต็มที่ในการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ 9/11
สำหรับ “คุกลับ” ในประเทศไทย วอชิงตัน โพสต์ ระบุว่า ถือเป็นคุกลับระดับที่ 1 ระดับเดียวกับคุกลับที่อ่าวกัวตานาโม ของคิวบา และเคยใช้ควบคุมแกนนำระดับสูงของอัลเคดา ถึง 2 คน คือ นายรัมซี บินอัลชิบห์ 1 ในผู้ร่วมวางแผนก่อวินาศกรรมในเหตุการณ์ 9/11 และนายอาบิน ซูบัยดะห์ หัวหน้าฝ่ายวางแผนโจมตีของอัลเคดา
โดย “คุกลับ” ในประเทศไทย เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ CIA ได้เดินทางเข้ามาเจรจากับทางการไทย ประมาณกลางปี 2545 โดยใช้งบประมาณมากกว่า 1,000 ล้านบาทในการก่อสร้าง ซึ่งงบก้อนนี้ดึงมาจากงบประมาณสำหรับการต่อสู้กับกลุ่มตอลิบาน ในอัฟกานิสถาน
แต่หลังจากที่ Human Rigth Watch องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ได้ออกมาเผยแพร่รายงานถึงคุกลับว่ามีจัดตั้งในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้รัฐบาลไทยได้ทำหนังสือยืนกรานให้สหรัฐ ปิดคุกลับที่ดำเนินการอยู่ ในเดือนมิถุนายน 2546 โดยแกนนำผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คน ได้ถูกส่งตัวไปยังคุกลับในประเทศแถบยุโรปตะวันออก ซึ่งยังดำเนินกิจกรรมดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน
มีกระแสข่าวว่า คุกลับ ตั้งอยู่ในฐานทัพอากาศสหรัฐ บางกระแสข่าวก็ว่า ตั้งอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภาบางก็ว่า อยู่ที่อุดรธานี จะจริงหรือไม่จริง กระแสข่าวเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ลึกลับจริงๆ ราวกับกระแสข่าว เรื่องการตั้ง “AREA 51” ที่ยังไม่สามารถถอดรหัสได้ว่า มีอยู่จริง หรือเป็นเพียงแค่การกุข่าวเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลไทย


ปล. โปรดขี่จักรยานและดูดยาคูลท์ไปด้วยขณะเสพข้อมูล

ขอบคุณข้อมูลจาก www.oknation.net


READ MORE

วิจัยพบ! ดื่มกาแฟช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยในสหรัฐฯพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วหรือมากกว่านั้น อาจช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้
ผลการศึกษาที่นำออกเผยแพร่บนวารสารมะเร็งระบาดวิทยา สิ่งบ่งชี้ทางชีววิทยาและการป้องกัน ที่ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เป็นสตรีพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 4 ถ้วยหรือมากกว่านั้น มีความเสี่ยงในการพัฒนาของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ได้มากกว่าผู้ที่ดื่มน้อยกว่า 1 ถ้วยต่อวัน

ทั้งนี้ โดยทั่วไปผู้หญิงที่ไม่ว่าจะดื่มกาแฟหรือไม่ อาจมีการพัฒนาไปสู่การเป็นโรคมะเร็งได้ค่อนข้างน้อย โดยในรอบกว่า 26 ปีที่ผ่านมา มีสตรีจำนวนเพียง 672 รายจาก กลุ่มศึกษา 67,000 รายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

นักวิจัยได้สำรวจพยาบาลกว่า 67,000 คนในสหรัฐฯ พบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากมีโอกาสลดลง 25 % ที่จะเป็นมะเร็งที่มดลูกเมื่อเปรียบเทียบกับสตรีที่ดื่มกาแฟโดยเฉลี่ยน้อยกว่าวันละ 1 แก้ว นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากาแฟคือสาเหตุที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลดลง  แต่ผลการศึกษาชิ้นนี้ได้ตอกย้ำผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ที่ให้ผลในลักษณะคล้ายคลึงกัน

นายเอ็ดเวิร์ด โจวานนุชชี นักวิจัยอาวุโสคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวว่ากาแฟโดยตัวเองอาจมีประโยชน์บางประการ โดยสามารถลดระดับของอินซูลินและฮอร์โมนเอสโตรเจนที่หมุนเวียนในร่างกาย  ซึ่งทั้งสองชนิดมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

นักวิจัยทำการสำรวจปัจจัยอื่นๆ ที่จะมีผลต่อการเป็นมะเร็ง เช่น น้ำหนักตัว ประวัติตั้งแต่แรกเกิด การใช้ฮอร์โมนหลังวัยหมดประจำเดือน  ยาเม็ดคุมกำเนิด แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงเป็นมะเร็งลดลงในหมู่คนที่ดื่มกาแฟ

นักวิจัยเตือนว่า การดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วอาจไม่เป็นผลดีนัก โดยเฉพาะกับผู้ที่มีร่างกายอ่อนไหวต่อการได้รับสารคาเฟอีน  และแม้นักวิจัยพบว่า กาแฟที่สกัดสารคาเฟอีนทำให้ความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่ำลง แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนทางสถิติ และในทางทฤษฎี  การใส่น้ำตาลและครีมในกาแฟก็จะทำให้อ้วน ซึ่งความอ้วนคือปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

ขอบคุณ สยามดารา


READ MORE


เครียดจากงาน โอกาศเสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูง!

หากต้องทำงานที่มีความรับผิดชอบสูง แต่ขาดการควบคุมอารมณ์ที่ดี อาจส่งผลให้ป่วยเป็นโรคถึงขั้นเสียชีวิตได้
การศึกษาที่ทำการวิเคราะห์ผลการศึกษาในยุโรปที่มีอยู่แล้ว 13 ชิ้น ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 200,000 คน ที่มีงานทำและไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเส้นเลือดตีบตันใน 7 ประเทศของยุโรป พบว่า "ความเครียดในงาน" มีส่วนเชื่อมโยงต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวาย และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ที่เพิ่มขึ้นถึง 23%

แม้ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจจะน้อยกว่าการสูบบุหรี่หรือการไม่ออกกำลังกายค่อนข้างมาก แต่ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์แลนเซ็ต  ระบุว่า พนักงานที่มีความเครียดในที่ทำงาน มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจ มากกว่าความเครียดที่เกิดจากรณีอื่น ๆ

มูลนิธิหัวใจอังกฤษ เผยว่า ประเด็นสำคัญของการศึกษาครั้งนี้คือ เพื่อที่จะทราบถึงวิธีการรับมือต่อปัญหาในที่ทำงานได้อย่างไร โดยทีมนักวิจัยจากยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ กรุงลอนดอน เผยว่าการทำงานในทุกสาขาอาชีพอาจนำไปสู่ภาวะเครียดได้ง่าย โดยเฉพาะอาชีพที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางจะเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าอาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะมากนัก เช่นแพทย์ที่ต้องตัดสินใจรักษาคนไข้จะมีความเครียดมากกว่าคนงานในโรงงาน
 
เมื่อศึกษาผลการศึกษาทั้ง 13 ชิ้นที่มีอยู่แล้วพบว่า ในช่วงต้นของการทำวิจัย กลุ่มตัวอย่างจะได้รับคำถามว่า พวกเขาได้รับงานมากเกินไปหรือไม่มีเวลาเพียงพอในการทำงานหรือไม่ หรือคำถามที่ว่าพวกเขามีเสรีภาพในการตัดสินใจในงานที่ทำมากเพียงใด ก่อนที่จะมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม คือเครียดและไม่เครียด  ซึ่งพบว่าความเครียดในงานมีส่วนเกี่ยวข้องเล็กน้อย ทว่าเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
 
นักวิจัยกล่าวว่า การลดความเครียดในการทำงานได้ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ร้อยละ 3.4 และมากถึงร้อยละ 36 หากหยุดสูบบุหรี่
 
มหาวิทยาลัยลอนดอนคอลเลจ ระบุว่า พนักงานที่ทำงานภายใต้ความเครียดมากๆ ในที่ทำงานประมาณร้อยละ 23 มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และโรคหัวใจในอนาคตได้


ขอบคุณ มติชนออนไลน์ 
READ MORE

กบฏแมนฮัตตัน

Posted by dddasd On วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น

กบฏแมนฮัตตัน

เหตุการณ์การกบฏในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2494 เมื่อทหารเรือกลุ่มหนึ่ง เรียกตัวเองว่า "คณะกู้ชาติ" นำโดย น.ต.มนัส จารุภา รน. ทำการกบฏจี้ตัวจอมพล ป. พิบูลสงคราม ระหว่างเป็นประธานในพิธีรับมอบเรือขุดสันดอนสัญชาติอเมริกัน ชื่อ "แมนฮัตตัน" ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยนำไปกักขังไว้ในเรือหลวงชื่อ "ศรีอยุธยา" ที่จอดรออยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

หัวหน้าคณะก่อการ 
คือ น.อ. อานนท์ บุญฑริกธาดา รน. สั่งการให้ทหารเรือกลุ่มที่สนับสนุนการก่อการมุ่งหน้าและตรึงกำลังไว้ที่พระนคร และประกาศตั้ง พระยาสารสาสน์ประพันธ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม กระจายเสียงในฐานะนายกรัฐมนตรีจากในเรือ แต่ทางฝ่ายรัฐบาลไม่ยอม ได้กระจายเสียงตอบโต้ไปโดยใช้วิทยุของกรมการรักษาดินแดน (ร.ด.) โดยได้ให้นายวรการบัญชา ประธานสภาผู้แทนราษฎรรักษาการณ์นายกรัฐมนตรีแทน และตั้งกองบัญชาการขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล (ในขณะนั้นคือ พระที่นั่งอนันตสมาคม) จึงเกิดการต่อสู้ยิงกันอย่างหนักระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลและทหารฝ่ายก่อการ

มีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินแบบ Spitfire และ T6 ใส่เรือหลวงศรีอยุธยาที่อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2494 เรือก็จม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกทหารเรือที่อยู่บนเรือนำว่ายน้ำหลบหนีออกมาได้ โดยการกบฏครั้งนี้นับว่าเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เพราะสถานที่ต่างๆเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บล้มตายนับร้อยทั้งทหารของทั้ง 2 ฝ่าย และประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

เหตุการณ์สิ้นสุดลงด้วยการจับกุมผู้ต้องหาร่วม 1,000 คน ปล่อยตัวเพราะหาหลักฐานไม่เพียงพอจนเหลือฟ้องศาลประมาณ 100 คน ภายหลังนักโทษคดีนี้ส่วนใหญ่ได้รับการนิรโทษกรรมเมื่อปี พ.ศ. 2500 เนื่องในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ ในส่วนของกองทัพเรือ แม้ทหารที่ก่อการจะไม่ใช่ทหารระดับสูงและทหารเรือส่วนใหญ่ก็ไม่เกี่ยวข้องด้วย กระนั้น ต่อมา พล.ร.อ.สินธุ์ กมลนาวิน ผู้บัญชาการทหารเรือก็ยังต้องโทษตัดสินจำคุกนานถึง 3 ปี โดยที่ไม่มีความผิด และได้มีการปรับลดอัตรากำลังพลของกองทัพเรือลงไปมาก เพราะถือเป็นความพยายามก่อรัฐประหารเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันของทหารเรือ ต่อจากกบฏวังหลวง ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นเพียง 2 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น ยุบกรมนาวิกโยธินกรุงเทพ ยุบกองการบินกองทัพเรือไปรวมกับกองทัพอากาศ ย้ายกองสัญญาณทหารเรือที่ถนนวิทยุ ที่ต่อมากลายเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งในปัจจุบันคือที่ตั้งของ สวนลุมไนท์บาซ่าร์ นั่นเอง

ภายหลังเหตุการณ์ผู้ก่อการได้แยกย้ายกันหลบหนีไปพม่าและสิงคโปร์ น.ต.มนัส จารุภา ร.น. ผู้ทำการจี้จอมพล ป. ได้หลบหนีไปพม่าได้สำเร็จ แต่ถูกจับกุมได้หลังจากลักลอบกลับเข้าประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2495

ในภาพ - ภาพเหตุการณ์ขณะที่ น.ต.มนัส จารุภา กำลังวิ่งขึ้นเรือแมนฮัตตัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือประชาธิปไตยบนเส้นขนาน, คอลัมน์ ส่วนร่วมสังคมไทย หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


READ MORE

การเลือกสี ให้เหมาะกับห้องในบ้านของคุณ
1.ห้องนั่งเล่น
ห้องนี้สามารถใช้สีได้ทุกโทน ควรเลือกใช้เฉดสีดูโปร่ง สบายตา ไม่ร้อนแรงมาก เช่น “สีครีม , สีเขียวอ่อน , สีชมพูอ่อน” เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างบรรยาศกาศให้กับการพักผ่อน
2.ห้องรับประทานอาหาร
ควรเลือกใช้เฉดสีที่ดูสะอาด สบายตา เพราะจะช่วยเพิ่มบรรยากาศ และกระตุ้นให้ รับประทานอาหารได้มากขึ้น เช่น “ สีชมพู , สีส้มอ่อนๆ” เป็นต้น

3.ห้องน้ำ
ควรเลือกใช้เฉดสีที่ให้ความรู้สึกสดชื่น สะอาด สบายตา เช่น “สีฟ้าน้ำทะเล ม สีน้ำเงินอมเขียว” เป็นต้น

4.ห้องนอน
ควรเลือกใช้เฉดสีที่สบายๆ สงบ ไม่ร้อนแรง เพราะเป็นห้องที่ไว้ใช้พักผ่อน เช่น “สีฟ้าอ่อนๆ , มีครีม” เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaihomemaster.com/
READ MORE

มหัศจรรย์ ของ "เกลือ"

Posted by dddasd On วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555 0 ความคิดเห็น


มหัศจรรย์ ของ "เกลือ" 
คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เกลือ เป็นสมบัติที่พระเจ้าให้กับมนุษย์เพราะเกลือ มีประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ อาหาร และ ความงาม 

ประโยชน์ของเกลือนอกจากจะผสมในอาหารที่เรารับประทาน  ที่เพิ่มสารไอโอดีน  ช่วยให้คนเราไม่เป็นโรคคอพอกแล้ว  เกลือยังมีประโยชน์อีกมากมายจริงๆ ทั้งการรักษาอาการโรคต่าง ๆ ด้านอาหาร  และด้านความงาม

เกลือกับการรักษาโรค
1. โรคหวัด เมื่อเป็นจะมีอาการไอไม่หยุด ใช้น้ำเย็นต้มสุกแล้ว 1 ถ้วย ใส่เกลือ 1 ช้อนชา คนให้เกลือละลาย แล้วใช้บ้วนปากล้างคอ ทำเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง สามารถขจัดเสมหะในหลอดลมได้ อาการไอก็ทุเลา
2. จมูกอักเสบ คัด น้ำมูกไหลไม่หยุด จมุกอักเสบเรื้อรัง ใช้น้ำเกลือเจือจางล้าง ใช้ขวดสะอาดใส่น้ำเกลือหยอดเข้าไปในรูจมูก เพราะเกลือมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแก้อักเสบ
3. หากมีอาการคอแห้ง เสียงแหบ ให้ดื่มน้ำผสมเกลือเล็กน้อยจะรู้สึกชุ่มลำคอ
4. เร่งให้อาเจียน กินอาหารมีพิษ ดื่มสุราเกินขนาด อาหารไม่ย่อย ท้องไส้ปั่นป่วน ควรดื่มน้ำเกลือเข้มข้น จะทำให้อาเจียนออกมา
5. เป็นโรคตาแดง มีอาการบวมแดง ขี้ตามาก ใช้ผ้าขนหนูสะอาดห่อเกลือเล็กน้อย แช่ในน้ำอุ่นที่เดือดแล้ว ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตา อาจมีอาการแสบบ้างก็ทนสักครู่ จะรู้สึกดีขึ้น
6. รักษาฟัน ใช้เกลือสีฟัน ทำให้ฟันขาวแข็งแรง ป้องกันฟันผุ
7. หากยุงกัดเป็นตุ่ม ใช้เกลือขยี้บริเวณที่โดนกัด สักครู่จะหายคัน ตุ่มจะยุบ
8. ผิวหนังบวมคัน ใช้เกลือผสมน้ำแล้วทาบริเวณที่คัน จะเห็นผลทันตา
9. ถ้ารู้สึกสมองไม่แจ่มใส ใช้เกลือผสมน้ำอุ่นแล้วใช้อาบ จะรู้สึกสบาย สมองปลอดโปร่ง 


เกลือกับการทำอาหาร
1.ใช้เกลือสำหรับดองผัก ผลไม้ใส่เนื้อเพื่อทำเนื้อเค็มเพื่อเป็นการถนอมอาหารไว้รับประทาน  ได้นาน
2.ใส่เกลือผสมน้ำส้มสายชูดองผักให้ได้รสเปรี้ยว
3.ถ้าจะเก็บน้ำพริกเครื่องแกงเอาไว้ให้นานให้ใส่เกลือจะช่วยไม่ให้เครื่องแกงบูดเสียเร็ว
4.โขลกเกลือกับพริกแห้งก่อนใส่เครื่องแกงจะทำให้โขลกละเอียดเร็วขึ้น
5.โรยเกลือป่นบนมือหลังจากปอกหัวหอมหรือหลังจากทำปลากลิ่นจะหมดไป
6.ผสมเกลือในน้ำล้างผักเพื่อฆ่าเชื้อโรค
7.โรยเกลือป่นเล็กน้อยบนเตาไฟเพื่อช่วยให้ไม่ให้มีเขม่าดำ
8.โรยเกลือป่นเล้กน้อยลงบนกระทะเมื่อทอดปลาหมู เนื้อ ไก่ จะทำให้อาหารไม่ติดกระทะ
9.ใส่เกลือในผักต้มจะทำให้ผักมีสีเขียว
10.ถ้าใส่เกลือป่นเล็กน้อยในจานผลไม้แตงโมมะละกอ สัปะรด สตอเบอรี่ จะทำให้รสผลไม้หวานขึ้น
11.ใช้เกลือทำน้ำปลา กะปิปลาร้า ทำปลาเค็มและเนื้อสัตว์ ทุกชนิดที่จะทำให้แห้งเก็บไว้รับประทานนาน
12.ใส่เกลือในน้ำผลไม้คั้นที่มีรสเปรี้ยวจะทำให้มีรสอร่อย
13.จะเก็บมะขาม เปียกไว้ให้ทนนานไม่ให้ดำ และไม่มีหนอนให้โรยเกลือเม็ดให้ทั่ว เก็บไว้ภาชนะที่มีฝาปิด
14.เขียงที่ทำปลาสดเหม็นคาวให้โรยเกลือป่นจนทั่วแล้วล้างให้สะอาด จะทำให้เขียงหายเหม็นคาวหม้อ กระทะ ที่เหม็นคาว  เมื่อจะนำมาประกอบอาหารให้ใช้เกลือป่นโรยแล้วล้างจะช่วยให้หม้อกระทะหายเหม็นคาว
15.เวลาต้มไข่ใส่เกลือเล็กน้อยจะช่วยให้ปอกเปลือกล่อน
16.เวลาปั่นไอศกรีมใส่เกลือเม็ดในน้ำแข็งส่วนผสมที่ทำไอศกรีมไม่แข็งตัวเลย
17.ใช้เกลือสำหรับทำไข่เค็มและไข่เยี่ยวม้า
18.ต้มมะละใบขี้เหล็กลวกสะเดาใส่เกลือเล็กน้อยช่วยให้ความขมหายไป
19.มะม่วงกวน ฟักทองกวน กล้วยกวนใส่เกลือป่น 1 ช้อนชา ช่วยให้ขนมที่กวนมีรสหวานอร่อย และช่วยอยู่นานหลายวันไม่เสีย
20.นึ่งปลาโรยเกลือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เนื้อปลายุ่ยไม่เหม็นคาว
21.ส่วนผสมของขนมปัง คุกกี้ ปลาท่องโก๋ใส่เกลือผสมเล็กน้อย
22.น้ำเกลือแช่ผักที่มียาง
23.ทดลองง่ายๆว่าไข่สุกหรือไม่นำไข่ลอยในน้ำ 2 ลิตร ผสมเกลือ 1 ช้อนชาถ้าไข่สดไข่จะจมลงข้างล่างไข่ไม่สุกจะลอยขึ้นมา
24.ต้มผักควรเหยาะเกลือเล็กน้อยถ้าผักที่มีสีเขียวควรเปิดฝาต้มต้มหน่อไม้ควรปิดฝา
25.เอามือเเตะเกลือป่นก่อนทำปลาสดทำให้จับปลาได้ถนัดมือ
26.ตีไข่ขาวให้ฟูอย่างรวดเร็วใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา
27.คั่วพริกขี้หนูแห้งใส่เกลือป่น 1 ช้อนชาจะทำให้ไม่ให้มีกลิ่นฉุน
28.ใส่เกลือเล็กน้อยในแป้งสาลี ที่นวดทำขนมทำให้แป้งยืดหยุ่นนุ่มนวล
29.โรยเกลือป่นเหนือตัวปลาก่อนย่างทำให้เนื้อปลาแข็ง
30.ล้างปลาหมึกด้วยน้ำเกลือจะทำให้ปลาหมึกขาวสะอาดและมีรสดี
31.กาแฟที่มีรสขมจัดใส่เกลือเล็กน้อยจะไม่ขม
32.มีดทำครัวเป็นสนิมใช้เกลือถูเช็ดให้แห้งมีดจะหายเป็นสนิม
33.ต้องการให้เนื้อสดที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็งละลายเร็วขึ้นใส่เกลือแช่ไว้สักครู่จะช่วยละลายน้ำแข็งออกอย่างรวดเร็ว
34.เกลือแกงใช้ในการทำความสะอาดกำจัดความสกปรกได้เป็นอย่างดี
35.โถส้วมถ้าเทน้ำไม่ลงใส่เกลือเม็ด 1 กำมือ เพื่อให้เทน้ำลง
 36.ซักผ้าม่านไหมให้นุ่มแช่ลงในน้ำ 1 แกนลอนผสมเกลือป่นก่อนนำไปซักตามแบบธรรมดา 


เกลือกับความงาม

 1.  ฟื้นฟูรอยหมองคลำรอบดวงตา

ส่วนประกอบ



วิธีทำ

1.นำเกลือ 1 ช้อนชามาผสมลงในน้ำร้อนครึ่งถ้วยที่เตรียมไว้
2.ใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเกลือมาปิดตาไว้สัก 5-10 นาที
3.ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดหน้าให้แห้ง
**ทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง มันจะค่อยๆจางลงเอง**

2.ลดความมันบนใบหน้า

ส่วนประกอบ

-เกลือ 1 ช้อนชา
-น้ำร้อนปริมาณ 3/4 ของขวดสเปรย์
-ผ้าขนหนูผืนเล็ก
-ขวดสเปรย์(ไม่ต้องใหญ่มาก)

วิธีทำ

1.ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนพอหมาดๆ นำมาปิดหน้าประมาณ 3-5 นาที เพื่อปิดรูขุมขน
2.ใส่น้ำร้อนลงไปในขวดสเปรย์ เติมเกลือลงไป 1 ช้อนชา เขย่าให้เกลือละลาย
3.ฉีดน้ำเกลือใส่หน้าให้ทั่ว จากนั้นใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้แห้ง
**ทำเป็นประจำทุกเช้า**

3.เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

ส่วนประกอบ
-เกลือ 1/2 ถ้วย
-น้ำอุ่นอุณหภูมิเหมาะสำหรับการลงไปแช่ตัว
-ครีมบำรุงผิวที่ใช้เป็นประจำ

วิธีทำ

1.ผสมเกลือ 1/2 ถ้วยลงไปในอ่างอาบน้ำจนเกลือละลาย
2.แช่ตัวประมาณ 15-20 นาที จากนั้นเช็ดตัวให้แห้ง
3.ทาครีมบำรุงผิวที่ใช้เป็นประจำ
**ระวังเข้าตาด้วย เพราะจะทำให้แสบ ควรแช่ตัวตั้งแต่ช่วงไหล่ลงไป**

4.ขัดผิวให้สวยใส


วิธีทำ

1.ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ โดยไม่ต้องเช็ดให้แห้ง
2.ใช้เกลือสำหรับขัดตัว โดยใช้ฟองน้ำ หรือผ้าขนหนูที่เตรียมไว้ขัดให้ทั่วตัว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดผิวให้แห้ง
3.ทาครีมบำรุงผิวที่ใช้เป็นประจำ
**เกลือจะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายหลุดออกมา และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนชองเลือดด้วย**

5.ผ่อนคลายอาการเมื่อยที่เท้า

ส่วนประกอบ
-เกลือประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ
-น้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ
-ถังน้ำสำหรับแช่เท้า

วิธีทำ
1.ผสมเกลือประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะลงในน้ำอุ่นจนเกลือละลาย
2.นั่งแช่เท้าประมาณ 30 นาที
3.ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง
**เหมาะสำหรับคนที่เดินนานๆ หรือคนที่ใส่ส้นสูงตลอดวัน จะทำให้กล้ามเนื้อเท้าผ่อนคลายได้
ส่วนประกอบ
-เกลือผงสำหรับขัดตัว
-น้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะ
-ครีมบำรุงผิวที่ใช้เป็นประจำ
-ฟองน้ำหรือผ้าขนหนู-เกลือ 1 ช้อนชา
-น้ำร้อนครึ่งถ้วย
-ผ้าขนหนูผืนเล็กหรือสำลีแผ่น
READ MORE

ภัยร้าย! นอนดึกอันตรายกว่าที่คิด

 การนอนน้อยมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก คนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันจะมีอายุสั้นกว่าวัยอันควร เนื่องจากร่างกายของเรามีกลไกทุกอย่างคล้ายนาฬิกา แต่ถ้าเมื่อไรที่เรานอนผิดเวลาจะทำให้ระบบนาฬิกาตรงนี้เสียส่งผลให้ระบบของร่างกายแปรปรวน เพราะนอกจากร่างกายจะอ่อนล้าแล้ว ยังส่งผลดังนี้
 
รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย
 
       ระบบแรกเลยที่จะต้องกระทบก็คือระบบการย่อยอาหารจะสูญเสียไป ดังนั้น ถ้าวันไหนต้องนอนน้อยให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่ย่อยยาก เช่นเนื้อสัตว์ แล้วหันมารับประทานอาหารย่อยง่าย จำพวก ธัญพืช  ข้าว  ข้าวต้ม ไข่ นม ผลไม้ เพื่อช่วยระบบย่อย
 
ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยสร้างพลังงานและระบายความร้อนภายในร่างกาย
 
      นอกจากนี้การนอนดึกทำให้ร่างกายเสียน้ำมาก เนื่องจากร่างกายต้องใช้ “น้ำ” ในการสร้างพลังงาน,ระบายความร้อนและของเสียออกจากร่างกายทางปัสสาวะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ เป็นเช่นนี้มากเข้าทำให้ร่างกายขาดน้ำ ดูดซึมน้ำในทางเดินอาหารซึ่งส่งผลให้ระบบขับถ่ายแปรปรวนอีก เพราะฉะนั้นหากต้องนอนดึกเราต้องดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะน้ำแร่ แต่ไม่ควรดื่มน้ำเกลือแร่ประเภทเครื่องดื่มชูกำลัง เพราะมีคาเฟอีนซึ่งเป็นตัวขับน้ำออกมาเกิดภาวะขาดน้ำมากขึ้น
หน้าตาหมองคล้ำที่เกิดจากการนอนน้อย
       นอกจากผลกระทบทางด้านร่างกายแล้วยังส่งผลถึงผิวพรรณให้ดูไม่สดใส ขอบตาดำ มีสิวฝ้าขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเมื่อน้ำในร่างกายไม่พอก็ต้องดูดน้ำจากทางเดินอาหารซึ่งโดยปกติแล้วทางเดินอาหารส่วนปลายเป็นช่วงที่จะไม่มีการดูดซึมแล้ว แต่เมื่อไม่พอใช้ก็จะถูกดูดซึมกลับเข้ามาอีกและในบริเวณนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นของเสียจึงเป็นการดูดของเสียเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองเมื่อน้ำเหลืองคั่งเสียทำให้เกิดภาวะสิวฝ้าขึ้นนั่นเอง
การนอนที่มีผลต่อสุขภาพคือการนอนระดับใด?
 
การนั่งสมาธิ(Meditation)ช่วยให้นอนหลับสบาย
 
     โดยปกติแล้วเวลาที่คนเรานอนหลับช่วงแรกที่นอนนั้น คลื่นสมองจะอยู่ในระดับตื้น แล้วลงไปเป็นลึก สลับกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่เราหลับลึกจริงๆนั้น อยู่ที่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง/วัน ดังที่เราเคยได้ยินว่า พระธุดงค์ โยคี ที่ฝึกมาดี ท่านจะใช้เวลานอนน้อยมาก หรือไม่นอนเลยก็มี เพราะจริงๆ แล้ว เวลาที่สมาธิลงไปถึงคลื่นลึกนั้นคือการนอนนั่นเอง ซึ่งร่างกายคนเราก็ต้องการอย่างนั้นวันละ 3-4 ชั่วโมงเอง แล้วเวลาท่านนั่งสมาธิลงไปลึกขนาดนั้นร่างกายซ่อมเลยกระบวนการของร่างกายดีขึ้นมาหมด สำหรับคนทั่วไปที่ทำสมาธิจิตไม่ได้ถึงระดับนั้นการนั่งสมาธิก่อนนอนก็ช่วยนำจิตให้ดิ่งไปสู่คลื่นที่ลึกลงไปทำให้ได้การนอนที่มีคุณภาพ “หลับก็ในอู่ทะเลบุญ” ตื่นมาก็สดชื่น
...”ความจริงแล้วถ้าเรานอนให้พอ แล้วพอถึงคราวทำงานสามารถทำงานได้อย่างตั้งใจและมีประสิทธิภาพที่ดีจะเป็นประโยชน์มากกว่า สังเกตชาวเยอรมันจะเป็นคนที่มีวินัยดีมาก ถึงคราวทำงานทำจริงจัง ทำเต็มที่แต่เมื่อถึงเวลาพัก กล้าพักเลย ประเทศอื่นเวลาทำงานจะทำจันทร์-ศุกร์ แล้วพักเสาร์-อาทิตย์ แต่ของชาวเยอรมันถึงช่วงบ่ายของวันศุกร์พักแล้ว เย็นวันอาทิตย์ก็กลับมา พอถึงเวลาทำงานก็ทำอย่างจริงจัง รวมเวลาทำงานแล้ว 4 วันครึ่ง แต่ได้ผลงานมากกว่าคนที่ทำงาน 5-6 วันเสียอีก เพราะเวลาทำงานไม่มีอู้เลยทุ่มเต็มที่ แต่พอถึงเวลาพัก กล้าพัก อย่างนี้กลับมีประสิทธิภาพและคุณภาพในการดำเนินชีวิตดีกว่า”...


READ MORE

หุ่งข้าวอย่างไรให้นิ่ง น่ารับประทาน ?

การที่เรากินข้าวนิ่มๆถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งทีเดียววิธีทำก็ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเพียงหลังจากซาวข้าวเรียบร้อยแล้วก็บีบน้ำมะนาวลงไปในน้ำที่จะใช้ หุงข้าวสัก 2-3 หยด
หลังจากนั้นก็เตรียมตัวรอกินข้าวนุ่มๆได้ครับ ขอให้มีความสุขกับการหุ่งข้าวนะครับ


READ MORE