จริง ? ชายศีรษะล้านมีโอกาสก้าวหน้าในการงานและธุรกิจมากกว่า..
Wall Street Journal เปิดเผยรายงานของนักวิจัยที่ U. of Penn Wharton School ที่พบว่าชายศีรษะล้านมีโอกาสก้าวหน้าในการงานและธุรกิจมากกว่าเพราะดูแล้วเข้มแข็ง โดดเด่น มีมาดผู้นำ ในข
ณะที่ผู้ชายซึ่งมีผมเส้นเล็กดูจะมีเสน่ห์ดึงดูดหรือมีพลังน้อยที่สุด
แต่งานวิจัยชี้ด้วยว่าไม่ใช่ว่าชายทุกคนที่ศีรษะล้านจะดูเป็นผู้นำทั้งหมด เพราะบางคนที่ลองโกนผมจนหมดหัวแต่กลับดูแก่ลงหรือมีเสน่ห์ลดลงไปถนัดใจ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ วีโอเอไทย
แต่งานวิจัยชี้ด้วยว่าไม่ใช่ว่าชายทุกคนที่ศีรษะล้านจะดูเป็นผู้นำทั้งหมด เพราะบางคนที่ลองโกนผมจนหมดหัวแต่กลับดูแก่ลงหรือมีเสน่ห์ลดลงไปถนัดใจ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ วีโอเอไทย
สุดยอด 10 อันดับ เมืองในฝันของชายโสด
วันนี้จะมาแนะนำเมืองในฝันของท่านชายโสดทั้งหลาย จะมีเมืองไหนต้องไปดู
อันดับ 10 Helsinki -- เมืองหลวงของฟินแลนด์แห่งนี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรม มีชีวิตชีวา มีแต่คนวัยหนุ่มสาวที่แสวงหาการศึกษา การจ้างงาน และการผจญภัย แถมยังมีสถาปัตยกรรมทันสมัยที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น the World Design Capital สำหรับปี 2012 อีกทั้งยังเป็นเมืองหลวงที่ผสมผสานทั้งความใหม่และเก่าของเมือง และที่สำคัญมีผู้หญิงเยอะที่สุดในประเทศ
อันดับ 9 New York City -- เมืองที่ไม่หลับใหลและผสมผสานคนจากทุกๆ เผ่าพันธุ์และเชื้อชาติ มีทั้งสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์และอาร์ต แกลอรี่ให้เลือกชม แถมยังมีวัฒนธรรมผสมในแบบฉบับของตัวเอง เมืองนี้ยังมีคนอาศัยอยู่เยอะ ที่สำคัญผู้หญิงที่นี่เป็นลักษณะประเภทคบใครแบบไม่ผูกมัด
อันดับ 8 Rome -- เมืองอมตะแห่งนี้ ผสมผสานระหว่างเมืองแห่งศาสนากับเมืองแห่งความทันสมัย โรมเป็นสัญลักษณ์ของทั้งความวุ่นวาย ความโหดร้าย ความยิ่งใหญ่ มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โตมากมายที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความอลังการงาน สร้าง แน่นอนว่าที่นี่มีผู้หญิงมาเที่ยวเยอะมาก
อันดับ 7 Montreal -- ที่นี่คือดินแดนใหม่ หรือโลกใหม่ในสมัยยุคล่าอาณานิคม ผู้คนพูดภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาที่ฟังดูงดงาม นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่าเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองและ ออกแบบมาดีที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง ผู้คนที่นั่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีผู้หญิงอาศัยอยู่เยอะ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่น่าทึ่งที่มีทั้งท่าเรือเก่า ดาวน์ทาวน์ที่ทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้าที่มองลงมาก็จะเห็น Mount Royal Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ออกแบบโดยบุคคลคนเดียวกับที่ออกแบบ Central Park ในมหานครนิวยอร์ค
อันดับ 6 Tallinn -- เมืองหลวงของ Estonia ชาติเล็กๆ แต่มีอะไรให้ชาวพื้นเมืองน่าภาคภูมิใจมากมาย ที่สำคัญเมืองนี้เพิ่งได้รับขนานนามว่าเป็น Europe's 2011 Capital of Culture และแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กที่มีประชากรไม่ถึงห้าแสนคน แต่ที่นี่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่ง แถมยังเป็นเมืองดิจิตอลแห่งหนึ่งของโลกด้วย สาวๆ วัยรุ่นจึงชอบมาอาศัยอยู่ที่นี่
อันดับ 5 Miami -- การจัดอันดับนี้จะไม่ครอบคลุมเลยหากตกหล่นไมอามี่ไป ที่นี่อากาศดีและผู้คนจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ตลอดเวลา สาวสวยก็เต็มชายหาด แม้ว่าจะเป็นเมืองที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม แต่สถานที่แห่งนี้ก็มีเสน่ห์ในตัวเอง ถ้าเปรียบว่าไมอามี่คือผู้หญิง ก็คงเป็นผู้หญิงที่เผ็ดร้อนพร้อมกระโดดงับคุณได้ทุกเมื่อ
อันดับ 4 Stockholm -- เมืองนี้เป็นเมืองที่นิยมที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศสวีเดน เป็นเมืองสีเขียวประหยัดพลังงาน และยังมีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญสาวสวีเดนที่โดยมากรูปร่างดีมักชอบย้ายมาอยู่ที่นี่กันทั้งนั้น
อันดับ 3 Moscow -- เมืองใหญ่ที่สุดของรัสเซียและมีมหาเศรษฐีอยู่มากที่สุดในโลกตามรายงานของ นิตยสารฟอร์บส์ อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก การผสมผสานระหว่างความมั่งคั่งและสังคมที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมจึงดึงดูดคนที่ แสวงหาโชคทั้งหลายให้ย้ายเข้าไปอยู่ที่มอสโคว
อันดับ 2 Hong Kong -- แม้ว่าอังกฤษจะคืนฮ่องกงให้กับจีนไปแล้วหลายปี แต่ที่นียังคงเป็นเหมือนทางผ่านไปสู่อังกฤษ เกาะเล็กๆ แห่งนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก มีตึกระฟ้ามากมาย แสงไฟระยิบระยับเต็มไปหมดในเวลากลางคืน เป็นเมืองที่ผสมผสานกลมกลืนระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก ผู้คนทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง แต่ก็นิยมสังสรรค์เยอะแบบไม่แพ้กัน
อันดับ 1 Bangkok -- เมืองแห่งโลกตะวันออกที่เปิดรับโลกตะวันตกได้มากเมืองนี้เป็นเมืองที่คนไทย รู้จักกันดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าการจราจรติดขัดของกรุงเทพมหานครจะเป็นที่โจษจันจนทำให้การจราจรใน นิวยอร์คดูดีขึ้นมา เมืองหลวงของบ้านเราถือว่าดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายจากทุกสารทิศทั่วโลก อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการศึกษาของประเทศ มีผู้คนหลายประเภทอาศัยอยู่ ความมีชีวิตชีวาของเมืองก็ไม่แพ้ใคร เรียกได้ว่าเที่ยวกรุงเทพฯ ไม่ผิดหวังแน่นอน...ใกล้ตัวขนาดนี้ หนุ่มไทยไม่ควรมองข้ามสาวไทยเป็นอันขาด
ขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพจาก Askmen,Sanook,kamoblog

สถานที่แห่งนี้ได้รับการเรียกขานว่า เมืองผี ไม่มีรายงานถึงจำนวนผู้พักอาศัยในสถานที่แห่งนี้ที่แน่นอน ไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา สิ่งเดียวที่เชื่อมต่อระหว่างคนของเมืองนีือกับโลกภายนอกคือ กองคาราวานอูฐที่เข้าไปทำเหมืองเกลือ
รายละเอียด สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า Dallol เป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย ระดับพื้นดินในบริเวณนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 130 เมตร ปัจจุบัน Dallol ได้รับการบันทึกว่าเป็นสถานที่ร้อนที่สุดในโลก(ที่มีมนุษย์ตั้งรกรากอยู่อาศัย) ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 34 องศาเซลเซียส(ประเทศไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียสข้อมูลจากเว็บกรมอุตุนิยมวิทยาhttp://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=22)ในอดีตเคยมีการสร้างทางรถไฟเข้าไปเพื่อทำเหมืองเกลือ คาดว่ามีเกลือกว่า 5 หมื่นตันที่ขนส่งออกมาผ่านรางรถไฟนี้แต่เหมืองนี้ก็หยุดลงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ความพยายามเปิดเหมืองใหม่อีกครั้งไม่ประสบผลสำเร็จ และเมื่อจบสงครามโลกครั้งที่สองทางอังกฤษได้รื้อถอนรางรถไฟทั้งหมด บริเวณที่มีการทำเหมืองเกลือคือบริเวณใกล้ภูเขาไฟDollol ที่เกิดการระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1926 ภาพจั่วหัวคือบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ทีมีซัลเฟร เกลือ และแร่ธาตุต่างๆตกผลึกเห็นเป็นสีสันต่างอย่างหน้าตื่นใจ

คาราวานอูฐที่เข้าไปขนเกลือจาก Dallol

นี้คือซากอารยธรรมที่หลงเหลือจากการทำเหมืองเกลือในอดีต
การเข้าไปท่องเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ได้รับคำแนะนำว่าควรเข้าไปถึงพื้นที่ Dallol ในตอนเช้า คนนำทางมักจะให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ที่หมู่บ้าน Ela ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันที่คาราวานอูฐจะแวะพัก และรีบออกเดินทางอีกครั้งในตอนเช้าตรู่ เพื่อไปเยือน สถานที่ร้อนที่สุดในโลก
ขอบคุณ wowboom.blogsport.com
ความจริง
สลัดซีซาร์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจักรพรรดิองค์นี้เลย แต่กลับเกี่ยวข้องกับซีซาร์ คาร์ดินี ผู้อพยพชาวอิตาเลียนเจ้าของภัตตาคารแห่งหนึ่งในประเทศเม็กซิโก
ซีซาร์ คาร์ดินี มีชีวิตอยู่ในช่วงค.ศ.1896-1956 อพยพมาตั้งรกรากในซานดิเอโก ประเทศอเมริกา ระหว่างค.ศ.1920-1924เป็นช่วงที่ซีซาร์เปิดร้านอาหารอยู่ พวกชาวอเมริกันและดาราฮอลลีวู้ดต่างก็นิยมกินสลัดกัน
ในเมื่อสลัดต้องกินคู่กับน้ำสลัด ซีซาร์จึงคิดสูตรน้ำสลัดขึ้นมา และตั้งชื่อน้ำสลัดตามนามสกุลและชื่อภัตตาคารที่เขาเป็นเจ้าของอยู่
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
นิตยสารคู่สร้างคู่สม
gourmetdaytoday.com
ซีซาร์ คาร์ดินี มีชีวิตอยู่ในช่วงค.ศ.1896-1956 อพยพมาตั้งรกรากในซานดิเอโก ประเทศอเมริกา ระหว่างค.ศ.1920-1924เป็นช่วงที่ซีซาร์เปิดร้านอาหารอยู่ พวกชาวอเมริกันและดาราฮอลลีวู้ดต่างก็นิยมกินสลัดกัน
ในเมื่อสลัดต้องกินคู่กับน้ำสลัด ซีซาร์จึงคิดสูตรน้ำสลัดขึ้นมา และตั้งชื่อน้ำสลัดตามนามสกุลและชื่อภัตตาคารที่เขาเป็นเจ้าของอยู่
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
นิตยสารคู่สร้างคู่สม
gourmetdaytoday.com
การดื่มน้ำอัดลมมากๆ (โดยเฉพาะน้ำสีดำ) กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่เพราะน
จากการเก็บข้อมูลในผู้ป่วยท
เหนื่อยล้า กล้ามเนื้อไม่มีแรงไม่อยากอ าหาร คล้ายจะอาเจียนตลอดเวลา ผลการตรวจเลือดพบโพแทสเซียม ในเลือดต่ำและมีภาวะหลอดเลื อดหัวใจอุดตันร่วมด้วย แต่หลังจากให้หยุดดื่มน้ำอั ดลมและหันมารับประทานอาหารท ี่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมแล้ว พบว่าอาการป่วยดังกล่าวหายไ ป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก MET 107 FM "For Life And Music", healthandcuisine.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก MET 107 FM "For Life And Music", healthandcuisine.com
จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ (George Bernard Shaw; 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1856 - 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950)
เป็นนักเขียนบทละครชาวไอริช เกิดที่เมืองดับลิน ย้ายมาอยู่กรุงลอนดอนเมื่ออายุได้ 20 ปี และพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษจนตลอดชีวิต
เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงาน ด้วยการประพันธ์เพลงและเขียนบทวิจารณ์วรรณกรรม ต่อมาจึงหันมาเขียนบทละคร
และมีความชำนาญในการประพันธ์บทละครแนวชีวิต
ชอว์มีผลงานบทละครมากกว่า 60 เรื่อง ส่วนใหญ่มีเนื้อหาที่สะท้อนถึงปัญหาสังคม
เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี ค.ศ. 1925 และได้รับรางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ในปี ค.ศ. 1938
ผลงานที่มีชื่อเสียง ได้แก่
1. Man and Superman (ค.ศ. 1905)
2. Pygmalion (ค.ศ. 1913)
3. Saint Joan (ค.ศ. 1923)
ขอขอบคุณ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไม่นานจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดเทพบุตร 6 องค์ คือ โอเซียนัส (Oceanus) ซีอัส (Coeus) ครีอัส (Creus) ไฮเพอร์เรออน (Hyperion) ไออาเพทัส (Iapetus) และโครนัส (Cron
us) และให้กำเนิดเทพธิดา 6 องค์ นามว่า เธอา (Thea) เรอา (Rhea) เธมิส (Themis) เธทิส (Thetis) เนโมซิเน (Nemosyne) และฟีบี (Phoebe)
เทพบุตรและเทพธิดาทั้ง 12 องค์นี้มีขนาดร่างกายใหญ่มหึมา เรียกว่า ไททัน (Titan) หรือ ไจแกนทีส (Gigantes) ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตนี้เอง ทำให้จอมบิดาอูรานอสหวาดหวั่นจึงได้จับเทพไททันทั้งหมดโยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัส (Tartarus) ซึ่งเป็นขุมนรกส่วนที่ลึกที่สุดในยมโลกที่มืดมิด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เทพบุตรหรือเทพธิดาองค์ใดใช้พลังเป็นปฏิปักษ์กับจอมบิดาได้
ต่อมาจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดโอรสที่แปลกประหลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก คือ เป็นยักษ์ 50 หัว 100 แขน จำนวน 3 ตน คือ คอตทัส (Cottus) เบรียรูส (Briareus) และไกจีส (Gyges)
อูรานอสรู้สึกกลัวจึงจับพวกเขาโยนลงไปขังในทาร์ทารัสอีก
ต่อมาจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดโอรสเป็นยักษ์ตาเดียว เรียกว่า ไซคลอปส์ (Cyclops) อีก 3 ตน มีนามตามลำดับว่า ฟ้าลั่น-บรอนทีส (Brontes) ฟ้าแลบ-สเทอโรพีส (Steropes) และแสงวาบ-อาร์จีส (Arges)
จอมบิดาอูรานอสก็จับไซคลอปส์ทั้งสามโยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัสอีกเช่นเดียวกัน แสงสว่างจากไซคลอปส์ทั้งสามนี่เองที่ทำให้ทาร์ทารัสที่มืดมิดพอมองเห็นกันได้ เมื่อเริ่มมองเห็นแสง เทพไททันก็เริ่มคิดหาทางเป็นอิสระ แต่ก็หาวิธีออกจากทาร์ทารัสไม่ได้
จนกระทั่งใครบางคนยืนมือเข้าช่วยเหลือ.....
Credit : หนังสือ ตำนานเทพกรีก / Wikipedia
เทพบุตรและเทพธิดาทั้ง 12 องค์นี้มีขนาดร่างกายใหญ่มหึมา เรียกว่า ไททัน (Titan) หรือ ไจแกนทีส (Gigantes) ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โตนี้เอง ทำให้จอมบิดาอูรานอสหวาดหวั่นจึงได้จับเทพไททันทั้งหมดโยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัส (Tartarus) ซึ่งเป็นขุมนรกส่วนที่ลึกที่สุดในยมโลกที่มืดมิด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เทพบุตรหรือเทพธิดาองค์ใดใช้พลังเป็นปฏิปักษ์กับจอมบิดาได้
ต่อมาจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดโอรสที่แปลกประหลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก คือ เป็นยักษ์ 50 หัว 100 แขน จำนวน 3 ตน คือ คอตทัส (Cottus) เบรียรูส (Briareus) และไกจีส (Gyges)
อูรานอสรู้สึกกลัวจึงจับพวกเขาโยนลงไปขังในทาร์ทารัสอีก
ต่อมาจอมมารดาจีอาก็ให้กำเนิดโอรสเป็นยักษ์ตาเดียว เรียกว่า ไซคลอปส์ (Cyclops) อีก 3 ตน มีนามตามลำดับว่า ฟ้าลั่น-บรอนทีส (Brontes) ฟ้าแลบ-สเทอโรพีส (Steropes) และแสงวาบ-อาร์จีส (Arges)
จอมบิดาอูรานอสก็จับไซคลอปส์ทั้งสามโยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัสอีกเช่นเดียวกัน แสงสว่างจากไซคลอปส์ทั้งสามนี่เองที่ทำให้ทาร์ทารัสที่มืดมิดพอมองเห็นกันได้ เมื่อเริ่มมองเห็นแสง เทพไททันก็เริ่มคิดหาทางเป็นอิสระ แต่ก็หาวิธีออกจากทาร์ทารัสไม่ได้
จนกระทั่งใครบางคนยืนมือเข้าช่วยเหลือ.....
Credit : หนังสือ ตำนานเทพกรีก / Wikipedia
ราชบัณฑิตเสนอแก้ คำไทย 176 คำ มีศัพท์ฮิตหลายคำที่เปลี่ยน
นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่ง
ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เพื่อสอบถามความเห็นจากคณะก
คำที่ยืมจากภาษาอังกฤษใหม่ เนื่องจากพบว่ามีคำศัพท์ที่ ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ ของคำนั้นๆ
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นต อนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤ ษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอ ก โท หรือตรี
ให่้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสี ยงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต ้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์"
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็น จากสภาราชบัณฑิต ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเติม วรรณยุกต์ และเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทั้ง 176 คำ เพื่อเขียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการสำรวจความคิ ดเห็นอีกครั้งว่าส่วนใหญ่จะ เห็นด้วยทุกคำ หรือเห็นด้วยเฉพาะบางคำ
ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล ่าวกลับที่กองศิลปกรรม เพื่อประมวลผลความคิดเห็นว่ าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้การขอปรับแก้คำศัพท์ ทั้ง 176 คำนั้น หากเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่ าควรเปลี่ยน ก็จะนำไปบรรจุในพจนานุกรมฉบ ับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ.2554 ซึ่งกำลังดำเนินการปรับปรุง เพื่อจัดพิมพ์เล่มใหม่
ที่มา http://www.dek-d.com/ board/view.php?id=2591410
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นต
ให่้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสี
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้สอบถามความเห็น
ซึ่งตามกำหนดเวลาแล้ว ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ทุกคนต้องส่งแบบสอบถามดังกล
ที่มา http://www.dek-d.com/
โมนาลิซา(Mona Lisa) หรือ ลาโชกงด์ (La Gioconda, La Joconde) คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร วาดโดย เลโอนาร์โด ดา วินชี ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่าง ค.ศ.1503 ถึง ค.ศ.1507 เป็นภาพที่ทั่วโลกรู้จักกัน ดีภาพหนึ่ง ในฐานะสุภาพสตรีที่มี รอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครอ
งของรัฐบาลฝรั่งเศส และเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภั ณฑ์ลูฟร์(Musée du Louvre) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
กว่า 500 ปีมากแล้วกับคำถามที่ว่า โมนา ลิซ่า (Mona Lisa) นั้นเป็นใคร ซึ่งยังเป็นปริศนา และยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนแ ละแน่นอน ว่าบุคคลในภาพคือใครกันแน่ ให้ผู้คนได้นึกคิด จินตนาการกันไปต่างๆ นานา ยาวนานถึง 5 ศตวรรษ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน คำถามที่ผู้คนสงสัย และได้ค้นคว้าหาคำตอบกันอย่ างมากมาย ก็คือ โมนา ลิซ่า คือใคร?
ตามคำบอกเล่าของ "จิออร์โอ วาซารี" (Giorgio Vasari) จิตรกร สถาปนิก และ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับศิ ลปะในสมัยนั้น เขากล่าวไว้ว่า โมนา ลิซ่า ก็คือภรรยาของ ฟรานเชสโก เดล จิโอกอนโด ซึ่งเป็นพ่อค้าไหมที่มั่งคั ่งแห่ง เมืองฟลอเรนซ์ ขณะที่ ดาวินซี่ เขียนภาพนี้ซึ่งได้ใช้เวลาน านถึง 4 ปี เขาได้ไปว่าจ้าง นักร้อง นักดนตรี และตัวตลกมาให้ความบันเทิงแ ก่หญิงงามผู้เป็นแบบของ ภาพเขียน เพื่อให้เธอมีรอยยิ้มที่ปรา ศจากความเศร้าหมอง อย่างไรก็ตามจากคำ บรรยายของ วาซารี ก็เป็นเพียงข้อมูลจากผู้ที่ ไม่เคยเห็นภาพเขียนนี้ของ ลีโอนาร์โด แต่อย่างใด
จากหลักฐานอีกแหล่งหนึ่งจาก "อันโตนิโอ เดอ เบอาทิส" ผู้บันทึกปากคำของ ลีโอนาร์โดใน ค.ศ. 1517 ว่าผู้เป็นแบบในภาพคือสตรีช าว ฟลอเรนซ์ และ จูลีอาโน เดอ เมดิซี่ เป็นผู้ว่าจ้างให้เขียนภาพน ี้ จากการที่ ไม่มีหลักฐานปรากฎที่แน่ชัด จึงทำให้มีการตั้งข้อสันนิษ ฐานกันไป ต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น บุคคลใน ภาพอาจเป็น คอนสตันซ่า คาวารอส หรืออาจจะเป็น อิสซาเบลลา เดสเต ผู้อื้อฉาว หรืออาจเป็นภรรยาลับของ จูลีอาโน เดอ เมดิซี่ ทั้งนี้ ก็เพราะได้ปรากฎว่ามี โมนา ลิซ่า (เปลือย) หลายภาพในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็น ที่โด่งดังมากกับภาพเปลือยข องสาวผู้นี้
นอกจากนี้จากการที่ลีโอนาร์ โดเองมีชื่อที่ถูกกล่าวขานก ันว่าเขาเป็นพวก รักร่วมเพศ จึงเกิดการสันนิษฐานว่า โมนา ลิซ่า ไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นภาพเหม ือนจำแลง เพศของเด็กหนุ่มรูปงามคนใดค นหนึ่ง ซึ่งศิลปินมักเลี้ยงไว้ติดส อยห้อยตามในสตูดิโอ บ้างก็มีการนำภาพเหมือนของ ลีโอนาร์โดมามาเปรียบเทียบก ับภาพของ โมนา ลิซ่า แล้วก็สรุปเอาดื้อๆ ว่าภาพเขียนอันลือชื่อนี้แท ้ที่จริงคือ ภาพของ ลีโอนาร์โด ดาวิน ซี่เอง แต่งตัวเป็นสตรีเพศ
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่สนับสน ุนทฤษีนี้ยังกล่าวเสริม ต่อไปว่า ลายปักขดเชือกที่รอบคอเสื้อ ของ โมนา ลิซ่า คือลายเซ็นลับของ ดาวินซี่เอง เพราะในภาษาอิตาเลี่ยนคำว่า "ขดเชือก" จะตรงกับคำว่า "วินชีเร่" (Vincire)
แม้ ว่าบุคคลในภาพ โมนา ลิซ่า ยังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอย ู่ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ครอบค รองภาพนี้ยังพอมีข้อมูลอยู่ บ้าง...
ผู้ครอบครองภาพ โมนา ลิซ่า คนแรก
ก็คือกษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งโปรดให้นำภาพไปประดับที ่ห้องสรงในพระ ราชวัง ฟองแตนโบล แต่เมื่อจักรพรรดินโปเลียนข ึ้นครองราชย์ ภาพโมนา ลิซ่า จึงถูกย้ายมาพำนักในห้องพระ บรรทม และมีชื่อเรียกอย่าง สนิทสนมว่า "มาดาม ลิซ่า"
ขอบคุณข้อมูลจาก www.teenee.com

รวมมิตร สัตว์ใหญ่ ยักษ์ มีใหญ่จริงๆ ไปดู
วันนี้จะพาไปดูสิ่งที่เรียกว่า "ใหญ่" ที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่คิดว่ามันจะมีขนาดใหญ่โตขนาดนี้ไปชมกันครับ
-->
Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก แห่งนี้ สูงกว่า น้ำตก Niagara ถึง 15 เท่า ด้วยความสูง 979 เมตร ชื่อของน้ำตกนั้นมาจากชื่อของนักสำรวจชาวอเมริกา Jimmy Angel ซึ่งเป็นผู้ค้นพบ น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก เป็นคนแรก ในปี 1933
น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม Angel Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก ได้โดยทางเรือและเครื่องบินเท่านั้น
ข้อมูล : news.cheapflighthouse.co.uk เรียบเรียง : travel.mthai.com
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกบ่อยขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน หลายครั้งมันก็รุนแรงจนคร่าชีวิตผู้คนไปนับร้อยนับพัน และหลายครั้ง เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นก็สร้างความสะพรึงกลัวให้กับผู้คนทั่วโลก เพราะหลังจากเกิดเหตุ ก็มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์เปิดเผยออกมาให้ได้เห็นมากมาย แต่ละคลิปแสดงให้เห็นวินาทีขณะแผ่นดินไหว และภาพการหนีตายอย่างโกลาหล
ล่าสุด เว็บไซต์เอิร์ธเควกรีพอร์ต ได้รวบรวมเอา 10 คลิปบันทึกเหตุแผ่นดินไหวที่มีระดับการสั่นสะเทือนรุนแรงที่สุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมามาให้ชมกัน เพื่อให้ได้เห็นถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งจะสั่นสะเทือนมากน้อยต่างกันอย่างไรนั้น ลองไปชมกันดูจ้า
1. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ ในญี่ปุ่น (11 มีนาคม 2554)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากถนนโอวากิ เมืองฟูกุชิมะ ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวค่อนข้างมาก
ล่าสุด เว็บไซต์เอิร์ธเควกรีพอร์ต ได้รวบรวมเอา 10 คลิปบันทึกเหตุแผ่นดินไหวที่มีระดับการสั่นสะเทือนรุนแรงที่สุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมามาให้ชมกัน เพื่อให้ได้เห็นถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งจะสั่นสะเทือนมากน้อยต่างกันอย่างไรนั้น ลองไปชมกันดูจ้า
1. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ ในญี่ปุ่น (11 มีนาคม 2554)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากถนนโอวากิ เมืองฟูกุชิมะ ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวค่อนข้างมาก
2. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ ในชิลี (27 กุมภาพันธ์ 2553)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล่องวิดีโอวงจรปิดในชิลี ระหว่างเกิดแผ่นดินไหว โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 525 รายเลยทีเดียว
3. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวนของจีน (12 พฤษภาคม 2551)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณนอกตึกแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้คนกำลังวิ่งไปบนถนน แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายรุนแรงมาก มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 69,195 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 374,643 คน
4. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์ ในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน (8 ตุลาคม 2551)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบนตึกสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 105 กิโลเมตร ในช่วงที่ผู้คนในตึกกำลังหนีออกมาจากตึกอย่างชุลมุน เหตุการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไป 79,000 คน และอีก 106,000 คน บาดเจ็บ
5. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ เมืองเอล เซนโทร รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ (4 เมษายน 2553)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว 65 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าเหตุแผ่นดินไหวได้สร้างความเสียหายค่อนข้างรุนแรง เพดานตกลงมา ก่อนที่กล้องวิดีโอจะตกลงมาเช่นกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บราว 100 คน
6. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ริกเตอร์ เมืองวานของตุรกี (23 ตุลาคม 2554)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบนถนนในเมืองแวน เป็นภาพที่สะเทือนใจมาก เพราะหลังจากเกิดแผ่นดินไหวได้ไม่กี่วินาที ตึกก็ถล่มลงมา ทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเขม่าควันคละคลุ้ง แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 604 คน และอีก 4,152 คนบาดเจ็บ
7. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ เมืองพอร์ท อู พริ้นซ์ ในเฮติ (12 มกราคม 2553)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกต่าง ๆ ในเฮติ แสดงให้เห็นวินาทีขณะตึกถล่มจากแรงสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 316,000 คน บาดเจ็บ 300,000 คน และอีกกว่าล้านชีวิตต้องไร้ที่อยู่อาศัย
8. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ (23 สิงหาคม 2553)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในอนุสาวรีย์วอชิงตัน ขณะที่นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเที่ยวชมก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างไม่คาดคิด นักท่องเที่ยวหนีตายกันโกลาหล แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
9. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ริกเตอร์ ในมณฑลยูนนานของจีน (25 มิถุนายน 2555)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดในตึกสำนักงาน แม้จะเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่ก็มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 รายเลยทีเดียว
10. เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ เมืองไครส์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ (22 กุมภาพันธ์ 2554)
ภาพเหตุการณ์นี้ถ่ายได้จากกล้องวิดีโอวงจรปิดบริเวณถนนแห่งหนึ่งในเมืองไครส์เชิร์ช แสดงให้เห็นวินาทีขณะแผ่นดินไหวซึ่งได้ทำให้ตึกอาคารพังถล่มลงมาทันที แผ่นดินไหวครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไป 185 คน และบาดเจ็บอีก 1,500-2,000 คน
ขอบคุณ Kapook.com









